“ปูติน” เยือนปักกิ่งต่อจาก “ทรัมป์” คาดถกดีลพลังงานครั้งใหญ่

"ปูติน" เยือนปักกิ่งต่อจาก "ทรัมป์" คาดถกดีลพลังงานครั้งใหญ่

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน การมาเยือนในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่จีนเพิ่งเสร็จสิ้นการต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของจีนในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการทูตระดับโลก

การพบกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในรอบปีระหว่างผู้นำจีนและรัสเซีย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ปักกิ่งกำลังพยายามบริหารความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและมอสโกอย่างสมดุล

โดยรัสเซียซึ่งเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกหลังการบุกยูเครนในปี 2022 ต้องพึ่งพาการค้ากับจีนอย่างหนัก ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ และนาโต (NATO) ได้พยายามกดดันให้จีนลดการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและสินค้าที่อาจนำไปใช้ในทางทหารแก่รัสเซีย

นักวิเคราะห์ระบุว่า จีนถือเป็นผู้กุมความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในการเจรจาครั้งนี้ เนื่องจากรัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยมอสโกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงเหลือ 0.4% จากเดิม 1.3% อันเป็นผลจากการโจมตีของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ คาดว่าปูตินต้องการความมั่นใจว่าความสัมพันธ์ที่ระอุขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะไม่กระทบต่อ “สามเหลี่ยมเชิงกลยุทธ์” ระหว่างทั้งสามประเทศ

ในแง่ของเป้าหมายการเจรจา การเยือนของปูตินจะเน้นหนักไปที่ความร่วมมือเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะ “ด้านพลังงาน” ซึ่งเป็นประเด็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันจีนได้กลายเป็นผู้ซื้อน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียในราคาลดพิเศษ หลังจากที่ตลาดยุโรปหดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยเร่งให้จีนต้องการความมั่นคงทางพลังงานจากรัสเซียมากขึ้น ขณะที่รัสเซียเองก็ต้องการรายได้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

ก่อนการเดินทาง ปูตินได้ส่งสัญญาณว่า รัสเซียและจีนกำลังอยู่ในขั้นตอนที่ก้าวหน้ามากในการบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในภาคก๊าซและน้ำมัน นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการหารือเรื่องการลงทุนของจีนในรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย หลังจากที่มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2022 โดยจีนรองรับสินค้าส่งออกของรัสเซียมากกว่า 1 ใน 4

การเยือนปักกิ่งแบบต่อเนื่องของสองผู้นำมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียภายในสัปดาห์เดียว ถูกสื่อทางการจีนระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า จีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดศูนย์กลางของการทูตโลก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่งในยุคหลังสงครามเย็น ขณะที่ทางการวอชิงตันกำลังจับตาดูผลลัพธ์ของการพบกันครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อศักยภาพทางทหารของรัสเซีย

ที่มา cnbc

ตะวันออกกลางยืดเยื้อพ่นพิษ! กกร. หั่นคาดการณ์ GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.2-1.6% พร้อมจี้รัฐแก้ปมขาดแคลนแรงงานด่วน

Scroll to Top