ปูตินเดินทางเยือนปักกิ่งอย่างเป็นทางการในวันพุธ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยหนึ่งในวาระสำคัญที่มีการจับตามองอย่างใกล้ชินคือ การรื้อฟื้นเจรจาโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ “Power of Siberia 2” ที่เคยหยุดชะงักไป ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กำลังสร้างความสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลกในขณะนี้
ทางด้าน ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของทำเนียบเครมลิน เปิดเผยว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศจะร่วมหารือในรายละเอียดของโครงการนี้อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระหว่างรัสเซียและจีน
สำหรับโครงการท่อส่งก๊าซ Power of Siberia 2 มีความยาวรวม 2,600 กิโลเมตร ถูกออกแบบมาเพื่อลำเลียงก๊าซธรรมชาติปริมาณ 5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากแหล่งก๊าซยามาล (Yamal) ในแถบอาร์กติกของรัสเซีย ส่งตรงไปยังประเทศจีนโดยตัดผ่านประเทศมองโกเลีย แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนการก่อสร้างไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันโครงการยังคงติดขัดในเรื่องข้อตกลงด้านราคา เงื่อนไขการเงิน และกำหนดเวลาในการส่งมอบ
รายงานระบุว่า จีนต้องการให้กำหนดราคาก๊าซในโครงการใหม่นี้อิงกับอัตราที่รัสเซียใช้ซื้อขายภายในประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 120-130 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1,000 ลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ฝั่งมอสโกพยายามต่อรองให้ใช้เงื่อนไขราคาที่ใกล้เคียงกับโครงการ Power of Siberia 1 ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจมีราคาสูงกว่าที่จีนร้องขอถึงกว่าเท่าตัว
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญต้องปิดตัวลง วิกฤตดังกล่าวตัดขาดการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนไปกว่าครึ่งหนึ่ง และกระทบต่อการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เกือบ 1 ใน 3
แม้ว่าแรงกดดันด้านพลังงานจะกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ปักกิ่งต้องเร่งหาทางเลือกอื่น โดยเฉพาะเส้นทางท่อส่งก๊าซทางบกที่ช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการขนส่งทางทะเล แต่นักวิเคราะห์ยังคงประเมินว่า จีนอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อในเงื่อนไขการต่อรองราคา เนื่องจากจีนยังมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศสูงถึง 1.23 พันล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อการกลั่นน้ำมันในประเทศได้นานราว 92 วัน ประกอบกับกำลังการผลิตก๊าซในประเทศที่เติบโตขึ้น 2.7% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี รวมถึงยังมีแหล่งซัพพลายก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากเครือข่ายท่อส่งในเอเชียกลางนอกเหนือจากระบบของรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ฝั่งรัสเซียเองมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพึ่งพาตลาดจีน หลังจากยอดการส่งออกก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรปทรุดตัวลงอย่างหนัก นับตั้งแต่การบุกยูเครนในปี 2022 โดย Gazprom รัฐวิสาหกิจพลังงานของรัสเซียรายงานว่า ปริมาณการจัดส่งก๊าซไปยังยุโรปเมื่อปีที่ผ่านมาลดลงถึง 44% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า โครงการ Power of Siberia 2 นี้ ถือเป็นดาบสองคม โดยฝั่งรัสเซียอาจต้องเผชิญความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ซื้อรายใหญ่เพียงรายเดียว ขณะที่จีนเองก็ต้องแลกความเสี่ยงจากเส้นทางเดินเรือที่ช่องแคบฮอร์มุซ มาเป็นการพึ่งพาพลังงานที่ควบคุมโดยรัสเซียแทน ซึ่งหากการเจรจาในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จะไม่เพียงแต่แสดงถึงความไว้วางใจระหว่างสองมหาอำนาจเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าทั้งสองประเทศเลือกที่จะยอมรับการพึ่งพาซึ่งกันและกัน และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียแยกออกจากกันได้ยากยิ่งขึ้นในเวทีโลก
ที่มา cnbc
–บริษัทประกันชี้ธุรกิจในตะวันออกกลาง ‘เสียหายจริง’ เสี่ยงชวดเงินเคลม แต่ “ทรัมป์” ยันไม่ใช่สงคราม







