หุ้น SISB จดทะเบียนเข้าตลาด MAI แล้ว นับเป็นหุ้นโรงเรียนที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหุ้นครั้งแรกในไทย ราคาเปิด 5 บาท ต่ำกว่าจอง 5.20 บาท ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ย้ำพร้อมดำเนินการตามเกณฑ์ของผู้กำกับดูแล หลังศาลปกครองเตรียมไต่สวนคำร้องเลขา ปชป. ให้ระงับการซื้อขาย 7 ธ.ค.นี้ ด้านผู้บริหารโรงเรียน ยืนยันนำเงินทุนไปพัฒนาการศึกษาและคำนึงเรื่องจริยธรรม
เช้าวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้เริ่มทำการซื้อขาย บมจ. เอสไอเอสบี (SISB) หุ้นโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ ที่มีโรงเรียนในสังกัด 5 แห่ง เปิดสอนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลถึง ม. 6 สามารถรองรับนักเรียนได้ถึง 4,175 คน โดยได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ 5.2 บาท รวมมูลค่า 4,888 ล้านบาท โดยมีราคาเปิดต่ำจองที่ 5 บาท ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากสังคม และนาย จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการ ประชาธิปปัตย์ ก็ได้ส่งทนายยื่นศาลปกครอง ให้สั่งการให้ ก.ล.ต. ระงับการซื้อขาย โดยศาลได้นัดไต่สวนวันที่ 7 ธันวาคมนี้
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการ และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์จะดำเนินการต่อไป คือรอข้อมูลใหม่ และการตัดสินใจจากทางการ ยืนยันตลาดหลักทรัพย์ ทำมาตลอดทุกขั้นตอนตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ถามได้ มาตลอด แต่ละหัวข้อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ซึ่งการที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังเป็นการเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนมากขึ้นด้วยซ้ำ จากเดิมที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้รับทราบ การใช้ตลาดทุนยังทำให้ทุกคนเข้าใจเห็นข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน บริษัทจดทะเบียนก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ และผู้กำกับ
ด้านนายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสไอเอสบี ยอมรับว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นกดดันต่อราคาหุ้นของบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในวันนี้ แต่ยืนยันว่าบริษัทได้ดำเนินการตามกฏหมายทุกประการ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ก็ได้มีการตรวจสอบโดยละเอียดแล้วว่าสามารถ ดำเนินการได้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการนำโรงเรียนเข้าตลาดหุ้น เพื่อนำเงินทุนมาใช้ในการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนนานาชาติต้องใช้ทุนเยอะ อีกทั้งเมื่อนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ยิ่งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้สามารถตรวจสอบได้ และโปร่งใสเพราะเป็นบริษัทมหาชน
ส่วนความกังวลว่าเมื่อเข้าตลาดหุ้นแล้วจะมุ่งแสวงหาผลกำไรเป็นอันดับ 1 นั้น ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติกว่า 200 แห่งหากคุณภาพการศึกษาไม่ดี หรือมีการค้ากำไรเกินควร ผู้ปกครองก็มีทางเลือก ซึ่งค่าเล่าเรียนของโรงเรียนในกลุ่มบริษัท ก็อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับกลุ่มโรงเรียนนานาชาติด้วยกัน นอกจากนี้ราคาค่าเล่าเรียนที่มีการประกาศ ก็จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้ว ขอยืนยันว่าบริษัทยังคงคำนึงถึงเรื่องจริยธรรมเป็นอันดับ 1 ด้านกระแสคัดค้านเรื่องของสถานศึกษาที่หากเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้วต้องมีการเสียภาษี บริษัทก็พร้อมดำเนินการตามหากหน่วยงานภาครัฐจะมีการพิจารณากฎเกณฑ์







