CEO การบินไทย ชี้ไทยมีศักยภาพเหนือกว่าสิงคโปร์ทุกด้าน จี้รัฐรื้อระบบนิเวศการบิน

CEO การบินไทย ชี้ไทยมีศักยภาพเหนือกว่าสิงคโปร์ทุกด้าน จี้รัฐรื้อระบบนิเวศการบิน

ชาย เอี่ยมศิริ CEO การบินไทย เปิดวิสัยทัศน์บนเวทีสัมมนาช่อง 3 จี้รัฐรื้อระบบนิเวศการบิน ชี้ไทยมีศักยภาพเหนือกว่าสิงคโปร์ทุกด้านแต่แพ้การจัดการที่เป็นเอกภาพ เผยความเจ็บปวดสายการบินแห่งชาติถูกบีบใช้ Bus Gate ทำผู้โดยสารไม่สะดวก พร้อมกางยุทธศาสตร์เชื่อม “จีน-อินเดีย” ดันไทยเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจโลก

ในเวทีสัมมนา “ทิศทางโลก ทิศทางไทย : Global Dynamics and Thailand’s Future” ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. การบินไทย ได้แสดงทัศนะไว้อย่างน่าสนใจถึงอนาคตอุตสาหกรรมการบินไทย โดยระบุว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ (Hospitality) คือ “ทางรอดเดียวที่เร็วที่สุด” ของเศรษฐกิจไทยในภาวะที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่นกำลังเหนื่อยล้า แต่ความฝันที่จะเป็น Aviation Hub ของประเทศกำลังถูกขัดขวางด้วยปัญหาเชิงโครงสร้าง

ทำไมไทยถึงแพ้สิงคโปร์? ทั้งที่มีแต้มต่อดีกว่า

CEO การบินไทย ตั้งคำถามถึงขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่างสิงคโปร์และดูไบ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีจุดแข็งที่เลียนแบบไม่ได้ ทั้งตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ไม่มีภัยพิบัติรุนแรง ต้นทุนบุคลากรที่ต่ำกว่า และจิตวิญญาณการบริการ (Hospitality) ที่อยู่ในสายเลือด ซึ่งดีกว่าเวียดนามและสิงคโปร์อย่างมหาศาล

“ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะสู้สิงคโปร์ไม่ได้” นายชาย กล่าว แต่ปัญหาคือสิงคโปร์มองภาพรวมผลประโยชน์ประเทศ (Total Benefit of the Country) ขณะที่ไทยยังติดกับดักการทำงานแบบแยกส่วน

เผย “ทีมไทยแลนด์” ไม่มีอยู่จริง

หนึ่งในประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือการสะท้อนภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดย นายชาย ระบุว่าคำว่า “ทีมไทยแลนด์” เป็นเพียงชื่อ เพราะในทางปฏิบัติแต่ละหน่วยงานยังยึดถือผลประโยชน์และกำไรขององค์กรตัวเองเป็นหลัก มากกว่าจะมองภาพรวมยุทธศาสตร์ชาติ ทำให้ระบบนิเวศการบินของไทยไม่เอื้อต่อการเป็นจุดเชื่อมต่อ (Connecting Flight) เหมือนสนามบินชางงี

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยความเจ็บปวดในฐานะสายการบินแห่งชาติ (Home Base Carrier) ว่าการบินไทยกลับไม่ได้รับการดูแลที่พิเศษกว่าสายการบินต่างชาติ “การบินไทยใช้ Bus Gate มากที่สุดในสุวรรณภูมิ” ซึ่งสร้างความไม่สะดวกให้ผู้โดยสารอย่างมาก ทั้งที่จ่ายค่าธรรมเนียมเท่ากับรายอื่น แต่กลับถูกปฏิบัติเหมือนเป็นคนอื่นในบ้านตัวเอง สะท้อนว่าหน่วยงานที่ดูแลสนามบินอาจมองแค่กำไรของตนเองมากกว่าการส่งเสริมยุทธศาสตร์ Hub ของประเทศ

ยุทธศาสตร์ “สะพานเชื่อมจีน-อินเดีย” น่านน้ำใหม่ที่ไทยต้องคว้า

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นายชาย เสนอโมเดลการเติบโตใหม่ โดยใช้ไทยเป็น “Connecting Point” เชื่อมต่อระหว่าง จีน และ อินเดีย สองประเทศยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีการเชื่อมต่อทางการบินโดยตรง (Direct Traffic) ต่อกัน

ยุทธศาสตร์นี้จะทำให้การบินไทยไม่ได้พึ่งพาแค่คนที่จะมาเที่ยวเมืองไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการดึงคนจากทั่วโลกมา Transit ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของการเดินทางสูงที่สุดในโลกถึง 5-7%

กางแผนปี 2569 รับมอบเครื่องใหม่ 17 ลำ

สำหรับการขับเคลื่อนองค์กร การบินไทยประกาศความพร้อมเข้าสู่โหมดเติบโตเต็มรูปแบบ (Growth Mode) ดังนี้:

  • ฝูงบินใหม่: เตรียมรับมอบ Airbus A321 (Narrow Body) จำนวน 17 ลำ โดยลำแรกจะเริ่มบินวันที่ 22 มกราคมนี้
  • กลยุทธ์เชิงรุก: สั่งนำเครื่องบินใหม่ประเดิมเส้นทาง “กรุงเทพฯ-สิงคโปร์” ทันที เพื่อประกาศให้เห็นว่าคุณภาพบริการและการบินไทยยุคใหม่ดีพอที่จะสู้กับคู่แข่งในระดับสากล
  • เป้าหมายผู้โดยสาร: ตั้งเป้าปี 2569 ที่ 17.2 ล้านคน และพุ่งสู่ 20 ล้านคนภายในปี 2030

ซีอีโอการบินไทย ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยน Mindset จากการมองแค่กำไรองค์กร มาเป็นการสร้าง “Fair Treatment” ให้กับสายการบินแห่งชาติ เพื่อให้การบินไทยเป็นเครื่องยนต์หลักในการดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศได้อย่างแท้จริง

ฟินน์ลูชั่น จับมือ บอทน้อย เปิดตัว “FINNGENTIC” แพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะ บริหารและติดตามหนี้ ตั้งเป้าบุกตลาดโลก

Scroll to Top