Tofusan (โทฟุซัง) ผู้นำตลาดนมถั่วเหลืองพรีเมียม เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมาโตแกร่ง 30% พร้อมเปิดกลยุทธ์ปี 2026 เตรียมส่งนวัตกรรม “High-Protein UHT” ปลดล็อกข้อจำกัดด้านการขนส่ง เดินหน้าบุกตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง ก่อนวางแผนบุกจีน ตั้งเป้ายอดขายรวมทะลุ 2,000 ล้านบาท
สุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและ CEO Tofusan เปิดเผยภาพรวมการเติบโตของธุรกิจว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตสูงถึง 30% โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,600-1,700 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักกว่า 90% มาจากแบรนด์ของตัวเอง ได้แก่ Tofusan (นมถั่วเหลืองพรีเมียมและไฮโปรตีน) และ Sunshine Dairy (นมวัวพาสเจอร์ไรซ์และไฮโปรตีน) ส่วนอีก 10% เป็นการรับจ้างผลิต (OEM) ทั้งในกลุ่ม B2B และ B2G
“ไฮโปรตีน” หัวเจาะสำคัญชิงเค้กตลาด 7,000 ล้าน
ปัจจุบันตลาดนมโปรตีนสูงในไทยมีมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยโทฟุซังมองว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความเข้าใจเรื่องความสำคัญของโปรตีนต่อร่างกายมากขึ้น ทำให้กลุ่มสินค้าไฮโปรตีนของบริษัทมีอัตราการเติบโตสูงกว่านมถั่วเหลืองสูตรปกติ โดยมีสัดส่วนรายได้ในเชิงมูลค่า (Value) อยู่ที่ 60% ขณะที่สูตรปกติอยู่ที่ 40%
“ความท้าทายของตลาดนี้คือการรักษาความอร่อยควบคู่กับปริมาณโปรตีนที่สูงขึ้น ปัจจุบันโทฟุซังสามารถทำโปรตีนได้สูงถึง 28-33 กรัมต่อขวด หรือคิดเป็น 8-10% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ประมาณ 6% โดยยังคงรสชาติที่ดื่มง่าย ไม่ฝืดคอ”
ส่งนวัตกรรม UHT ปักธงตลาดต่างประเทศ
ก้าวสำคัญในปี 2026 โทฟุซังเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัวด้วยสินค้ากลุ่ม High-Protein UHT ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขนส่งสินค้าพาสเจอร์ไรซ์ที่ไม่สามารถส่งไปไกลได้เนื่องจากต้องแช่เย็นตลอดเวลา โดยตั้งเป้าส่งออกไปยังตลาดศักยภาพอย่าง สิงคโปร์ และฮ่องกง ก่อนจะขยายไปสู่ตลาดใหญ่อย่างประเทศจีนในลำดับถัดไป
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้า เช่น กลุ่ม Plant-based Protein ที่ไม่ใช่แค่ถั่วเหลือง, สินค้ากลุ่ม High-Protein Snack รวมถึงการทำ Collaboration กับแบรนด์ระดับ Global เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ตลาด
ขยายกำลังการผลิตรองรับเป้า 2,000 ล้าน
เพื่อรองรับการเติบโตที่ตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โทฟุซังได้เพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 700,000 ยูนิตต่อวัน และมียอดขายเฉลี่ยทุกช่องทางรวมกันกว่า 400,000 – 500,000 ยูนิตต่อวัน โดยช่องทางร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ยังคงเป็นช่องทางจำหน่ายหลักที่มียอดขายสูงถึง 200,000 ยูนิตต่อวัน
“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดขาย แต่คือการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีและคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค พร้อมกับการขยายอาณาจักรนมถั่วเหลืองไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล” สุรนาม กล่าวทิ้งท้าย






