“เจดี แวนซ์” บินกลับสหรัฐฯ ไร้ข้อตกลงนิวเคลียร์ หลังเจรจาอิหร่าน 21 ชั่วโมงล่มที่ปากีสถาน

"เจดี แวนซ์" บินกลับสหรัฐฯ ไร้ข้อตกลงนิวเคลียร์ หลังเจรจาอิหร่าน 21 ชั่วโมงล่มที่ปากีสถาน

รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เดินทางออกจากปากีสถานมุ่งหน้ากลับสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยปราศจากข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน หลังจากตัวแทนจากรัฐบาลเตหะรานปฏิเสธข้อเสนอสำคัญในประเด็นการยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

แวนซ์ เปิดเผยภายหลังการหารือมาราธอนกว่า 21 ชั่วโมงว่า แม้การพูดคุยจะมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ในหลายส่วน แต่จุดแตกหักสำคัญคืออิหร่านไม่ยอมตกลงที่จะละทิ้งความพยายามในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งทางสหรัฐฯ ยืนยันว่าต้องมีการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าจะไม่แสวงหาเครื่องมือใดๆ ที่จะนำไปสู่การสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอนาคต

“เราออกจากที่นี่พร้อมข้อเสนอสุดท้ายที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด (Final and Best Offer) ซึ่งเป็นวิธีการทำความเข้าใจร่วมกันที่เรียบง่ายที่สุดแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าอิหร่านจะยอมรับมันหรือไม่” แวนซ์ กล่าว

ทางด้านสื่อทางการอิหร่านระบุว่า สาเหตุที่การเจรจาล้มเหลวมาจากข้อเรียกร้องที่ “เกินกว่าเหตุ” ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นการนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากประเทศและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียดเนื่องจากข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่เพิ่งประกาศไปก่อนหน้านี้กำลังจะหมดอายุลง และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการขยายเวลาออกไปหรือไม่

กองทัพเรือสหรัฐฯ ลุยเคลียร์ทุ่นระเบิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในขณะที่การเจรจาระดับสูงดำเนินไป กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรือพิฆาต 2 ลำ ได้แก่ USS Frank E. Peterson และ USS Michael Murphy แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง เพื่อปฏิบัติภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดที่วางโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุอย่างชัดเจนว่า “เรากำลังกวาดล้างช่องแคบนี้ ไม่ว่าจะมีข้อตกลงเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม” ซึ่งสอดคล้องกับรายงานที่พบว่าเริ่มมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (Supertankers) 3 ลำ เริ่มทยอยเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการปิดล้อมทางทะเล

อย่างไรก็ตาม กองกำลัง IRGC ของอิหร่านได้ออกคำเตือนว่า การพยายามนำเรือรบแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะถูกตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรง โดยจะอนุญาตให้เพียงเรือพลเรือนเท่านั้นที่ผ่านได้ภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด

ความขัดแย้งอิสราเอล-เลบานอน กระทบโต๊ะเจรจา

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเจรจาซับซ้อนขึ้น คือการโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอนที่ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,000 ราย แม้จะมีกำหนดการเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ณ กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า แต่สถานการณ์ประท้วงภายในเลบานอนทำให้ความคืบหน้าของโต๊ะเจรจานี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

ที่มา cnbc

เคเบิลใต้น้ำขาด เน็ตไทยจะดับไหม? เจาะลึกแผนรับมือวิกฤตโครงข่ายโลกที่ผู้ใช้งานอาจไม่เคยรู้

Scroll to Top