Virtual Bank: โอกาสคนรุ่นใหม่ หรือกับดักหนี้ผ่อนง่ายแค่ปลายนิ้ว?

Virtual Bank: โอกาสคนรุ่นใหม่ หรือกับดักหนี้ผ่อนง่ายแค่ปลายนิ้ว?

กระแสการมาถึงของ Virtual Bank หรือ ธนาคารไร้สาขา กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างหนาหูในแวดวงการเงินไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการรายย่อยที่คาดหวังว่า ธนาคารรูปแบบใหม่นี้จะช่วยลายข้อจำกัด ทำให้พ่อค้าแม่ค้า หรือคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญกลับสะท้อนอีกด้านหนึ่งที่น่าคิดเกี่ยวกับการเติบโตของหนี้เสียและความท้าทายในโลกการเงินยุคใหม่

ทำไมต้องใช้คำว่า “ธนาคาร” และต้นทุนที่ถูกลง

ดร.สุรพล โอภาสเสถียร ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการเงิน และอดีตผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ได้เปิดเผยในรายการ BizTalk ว่า หัวใจสำคัญของการใช้คำว่าธนาคาร (Commercial Bank) มาพร้อมกับ “ความน่าเชื่อถือของสังคม” เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในการฝากเงิน โดยภารกิจหลักของ Virtual Bank คือการทำในสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันไม่ทำ ไม่อยากทำ หรือทำแล้วไม่คุ้มทุน

ข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Virtual Bank คือการไม่มีสาขา ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการและการระดมเงินทุนต่ำลง เมื่อต้นทุนทางการเงินถูกลง จึงส่งผลให้ต้นทุนในการปล่อยสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่จะจัดเก็บกับลูกค้าถูกลงตามไปด้วย

ซึ่งตามโมเดลนี้ Virtual Bank จะต้องมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงธนาคารปกติได้ เช่น พ่อค้าแม่ขายในตลาดนัด หรือผู้ที่ไม่มีหลักประกัน โดยสามารถใช้ข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ (Alternative Data) มาประกอบการพิจารณาแทนข้อมูลจากเครดิตบูโรเพียงอย่างเดียว

ความท้าทายในการค้นหา “ลูกหนี้ชั้นดี”

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบเครดิตบูโร พบสถิติที่น่าสนใจจากจำนวนลูกหนี้ในระบบ 33 ล้านคน (จากคนทำงานทั้งหมดประมาณ 40 กว่าล้านคน) โดยเมื่อคัดกรองข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วเหลือ 27 ล้านคน พบว่ามีคนที่มีสุขภาพทางการเงินดีพร้อมรับสินเชื่อใหม่ได้ทันทีเพียง 5 ล้านคน ขณะที่มีอีก 8 ล้านคนที่มีภาวะหนี้ใกล้เต็มวงเงินและมีความเสี่ยงสูงที่จะเติมหนี้ใหม่เข้าไปไม่ได้

ความท้าทายของ Virtual Bank จึงอยู่ที่การเสี่ยงปล่อยกู้ให้กับกลุ่มคน 8 ล้านคนที่มีหนี้เต็มมือ หรือการพยายามค้นหากลุ่มคนนอกระบบที่ยังไม่มีข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน นอกจากนี้ ภาพรวมของสินเชื่อในปัจจุบันยังมีแนวโน้มติดลบเนื่องจากรายได้ของประชาชนไม่เติบโตตามสภาวะเศรษฐกิจ

“ปล่อยในไซเบอร์ ตามเก็บในโลกจริง” และพฤติกรรมผ่อนสารพัดสิ่ง

ผู้เชี่ยวชาญแสดงความกังวลเกี่ยวกับวินัยทางการเงินของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Virtual Bank เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป มีการใช้จ่ายในลักษณะ “ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง” แม้กระทั่งสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ชานมไข่มุก หรือสุกี้ ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างหนี้ที่ทำได้ง่ายเกินไป

ความน่ากลัวจึงไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อผ่านระบบดิจิทัล แต่อยู่ที่กระบวนการติดตามจัดเก็บหนี้ในโลกความเป็นจริง (Real World) ในกรณีที่ลูกหนี้เปลี่ยนย้ายที่ทำงานหรือตกงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้เสีย หรือ NPL (Non-Performing Loan) ในอนาคต

กฎหมายเก่า กับผู้บริหารรุ่นใหม่

อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของ Virtual Bank คือโครงสร้างการบริหารและความยืดหยุ่น แม้ว่าโมเดลที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศอย่างฮ่องกง จะเลือกใช้คณะกรรมการที่ไม่ใช่นักธนาคารรุ่นเก่า เพื่อเน้นมุมมองด้านลูกค้าและการเข้าถึงเป็นตัวตั้ง แต่สำหรับประเทศไทย ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ยังคงต้องทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย法 และกฎระเบียบเดิมที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน

ทั้งนี้ ในภาพรวม Virtual Bank หรือ ธนาคารไร้สาขา อาจไม่ได้ทำให้ตัวเลขสินเชื่อทั้งประเทศพุ่งทะยานขึ้นอย่างเด่นชัด เนื่องจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและรายได้ แต่จะสร้างความคึกคักเฉพาะกลุ่ม (Segment) เช่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ บาริสต้ารุ่นใหม่ หรือผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจยุคใหม่

ชมคลิป คลิก

ปฏิวัติวงการ Virtual Bank! “CLICX” ให้ลูกค้าเลือกเลขบัญชีเองได้ ชูศาสตร์ตัวเลขดึงดูดทรัพย์รับดาวย้าย

Scroll to Top