PETRONAS ชี้โลกเผชิญ ‘Polycrisis’ วิกฤตซ้อนวิกฤตพลังงาน ชูเอเชียเป็นหัวใจสำคัญขับเคลื่อนสู่ Net Zero

PETRONAS ชี้โลกเผชิญ ‘Polycrisis’ วิกฤตซ้อนวิกฤตพลังงาน ชูเอเชียเป็นหัวใจสำคัญขับเคลื่อนสู่ Net Zero

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และแรงกดดันด้านสภาพภูมิอากาศโลกกำลังเผชิญกับภาวะ “Polycrisis” หรือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ด้านพลังงาน ซึ่งทางรอดเดียวคือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ต้องอาศัย “เอเชีย” เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน โดยเป้าหมาย Net Zero ของโลกจะไม่มีทางสำเร็จได้หากปราศจากความร่วมมือของเอเชีย

ตันศรี เต็งกู มูฮัมหมัด เทาฟิก ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท PETRONAS ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานประชุม Energy Asia 2025 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของสถานการณ์พลังงานโลกที่ซับซ้อนและท้าทายกว่าในอดีต

โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ซับซ้อนหลายมิติ (Polycrisis) ซึ่งเป็นผลพวงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ประกอบกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 5 ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล โดยคาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ที่เข้มข้นขึ้น ก็กำลังท้าทายเป้าหมาย Net Zero ที่ทั่วโลกพยายามผลักดันนับตั้งแต่ความตกลงปารีส

ตันศรี เต็งกู เน้นย้ำว่า “เอเชียแปซิฟิกคือภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่อยู่อาศัยของประชากร 60% ของโลก และเป็นที่ตั้งของ 3 ใน 5 เขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด”

ภูมิภาคนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางการผลิตของโลกและมีความต้องการใช้พลังงานมหาศาล อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงพลังงาน

“ประชากรกว่า 350 ล้านคนในเอเชียแปซิฟิกยังเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างจำกัด และอีก 150 ล้านคนไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้เลย” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ปัจจุบันเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักกว่า 80% ของภูมิภาคนี้ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงต้องคำนึงถึงมิติของ “ความมั่นคง” และ “ราคาที่เข้าถึงได้” เป็นสำคัญ

PETRONAS ชี้โลกเผชิญ ‘Polycrisis’ วิกฤตซ้อนวิกฤตพลังงาน ชูเอเชียเป็นหัวใจสำคัญขับเคลื่อนสู่ Net Zero

ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PETRONAS ได้เสนอ 3 แนวทางหลักเพื่อนำพาโลกและเอเชียก้าวข้ามวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้:

  1. กระจายแหล่งพลังงาน (Diversify Energy Mix): ต้องสร้างสมดุลในพอร์ตโฟลิโอพลังงาน โดยผสมผสานทั้งเชื้อเพลิงที่ปล่อยมลพิษต่ำ (Lower-emission barrels) ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พลังงานหมุนเวียนอย่างแสงอาทิตย์และลม ควบคู่ไปกับการดักจับคาร์บอน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบพลังงาน
  2. ขยายการลงทุนด้านพลังงาน (Scale-up Investments): เอเชียต้องการเงินลงทุนด้านพลังงานสูงถึง 90 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2050 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตและ Net Zero ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อปลดล็อกเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานใหม่ๆ
  3. เสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค (Strengthen Regional Collaboration): วิกฤตการณ์ระดับโลกต้องอาศัยความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตด้านพลังงานที่เป็นของทุกคน

ตันศรี เต็งกู มูฮัมหมัด เทาฟิก ได้ทิ้งท้ายด้วยข้อความที่ทรงพลังว่า “เราเชื่อว่านี่คือยุคของเอเชีย… จะไม่มีทางบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เลย หากเอเชียไม่บรรลุเป้าหมายนี้” ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญและขาดไม่ได้ของทวีปเอเชียในเวทีพลังงานโลก และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ยั่งยืนของโลกทั้งใบนั้น มีความก้าวหน้าของเอเชียเป็นเดิมพัน

มาเลเซีย ชี้อาเซียนมุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายยุค “Post-Globalized World”

Scroll to Top