ผู้ว่าธปท.มั่นใจพื้นฐาน และเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ทานกระแสเงินทุนไหลออก พร้อมจับตาสงครามการค้าใกล้ชิด

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวภายหลังปาฐกถาในงานประชุมประจำปี ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD ว่า มีความมั่นใจถึงพื้นฐาน และเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ที่สามารถเป็นกันชน รองรับกระแสเงินทุนไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่ามี่คาดไว้ เพราะไทยแตกต่างจากประเทศเกิดใหม่อื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มลาติน อเมริกาที่มีการก่อหนี้ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง จนค่าเงินอ่อนค่าหนัก 15-20 %

ซึ่งปัจจุบันนี้ไทยมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูง หนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่ำเพียง 3.5 เท่าของจีดีพี สัดส่วนการถือครองพันธบัตรของต่างชาติไม่ถึง 10 % น้อยกว่ประเทศเกิดใหม่อื่นๆ ที่ต่างชาติถือครองถึง 30-40 % การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเกินดุล 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งพอ แม้จะมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตร กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง แต่ก็ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทย ตลาดเงินตลาดทุนโลก และ ใกล้เคียงกับประเทศที่เศรษฐกิจในลักษณะเดียวกัน

ผู้ว่าธปท. กล่าวถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ- จีน ด้วยว่า เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะแม้ประเทศไทยจะไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง แต่สินค้าไทย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของโลก ดังนั้นหากมีการกีดกันทางการค้า ประเทศคู่ค้าของไทยก็จะนำเข้าสินค้าไทยลดลงเช่นกัน อาจกระทบต่อการส่งออกของไทย ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทย ก็มีความเสี่ยงอาจจะถูกแย่งตลาด เนื่องจากประเทศที่มีข้อพิพาทต้องหาตลาดใหม่เพื่อมาทดแทน แต่ก็อาจเป็นโอกาสสำหรับสินค้าไทยเช่นกัน ในการเข้าไปส่งออกสินค้าแทนประเทศที่เกิดข้อพิพาทกัน

อย่างไรก็ตามธปท.ยังมองการส่งออกปีนี้ขยายตัวดี โดยเฉพาะในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีสัญญาณการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบดีขึ้นมาก ทำให้การส่งออกปีนี้โตถึง 9 % ขณะที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มเป็น 4.4 %

Related Posts

Scroll to Top