เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการอาคารสำนักงานไทย ด้วยการเปิดตัว “Central Park Offices” (เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเศส) อาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมแห่งใหม่ล่าสุด บนทำเลศักยภาพใจกลางสีลม-พระราม 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสระดับเรือธงอย่าง “Dusit Central Park” โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กันยายน 2568 นี้
Central Park Offices ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “One-of-a-Kind and the Most Advanced Office Building” เพื่อก้าวสู่การเป็นต้นแบบออฟฟิศแห่งอนาคต (NEXT GEN) ที่ตอบโจทย์องค์กรชั้นนำยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในมิติด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน
นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ ของเซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ท่ามกลางตลาดอาคารสำนักงานที่มีการแข่งขันสูง และความคาดหวังของผู้เช่าที่เปลี่ยนไป Central Park Offices ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความยั่งยืนตามหลัก ESG, เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และการออกแบบที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี (Well-being) ของพนักงาน
“Central Park Offices ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานคุณภาพสูง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับย่านสีลม-พระราม 4 ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยจะเป็นแลนด์มาร์กที่เชื่อมโยงการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว พร้อมเปิดรับธุรกิจแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน”

ตัวอาคารมีความสูง 43 ชั้น โดดเด่นด้วยวิวสวนลุมพินีแบบพาโนรามา สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและส่งเสริมสมาธิในการทำงาน โดยชู 5 ไฮไลต์สำคัญที่จะพลิกโฉมประสบการณ์การทำงานให้เหนือระดับ
1. อาคารอัจฉริยะและยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิต Central Park Offices มุ่งสู่การเป็นต้นแบบอาคารสีเขียว (Green Building) การันตีด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่าง LEED Gold และ WELL Platinum โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพของผู้ใช้งาน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, นวัตกรรมการจัดการคุณภาพอากาศขั้นสูงด้วยแผ่นกรอง MERV16 ที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้, ระบบเซนเซอร์ควบคุมระดับ CO₂ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไปจนถึงการจัดการคุณภาพน้ำดื่มด้วยระบบกรอง RO ที่ได้มาตรฐานสากล
2. เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการทำงานยุคใหม่ ยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีแบบ All-in-One ผ่านแอปพลิเคชัน Central Offices ที่ช่วยให้การจองห้องประชุมหรือเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ เป็นเรื่องง่าย พร้อมระบบ Touchless Access ทั้งการสแกนใบหน้า (Face Recognition) และ QR Code, ระบบลิฟต์ควบคุมปลายทางอัจฉริยะ และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
3. ดีไซน์ผสานศาสตร์ฮวงจุ้ย เสริมพลังและความมั่งคั่ง อาคารถูกออกแบบโดยคำนึงถึงศาสตร์ฮวงจุ้ย เพื่อเสริมพลังบวกให้กับผู้ใช้งาน การออกแบบผังอาคารแบบเหลื่อมองศาช่วยเปิดมุมมองสู่สวนลุมพินีได้อย่างเต็มที่ พร้อมส่งเสริมการระบายอากาศและเปิดรับพลังงานจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี Roof Park สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยไม้มงคลและน้ำตกเลขมงคล รวมถึงการเลือกใช้โทนสีมงคล “สามกษัตริย์” (ทอง เงิน นาก) เพื่อเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคล
4. สุดยอดทำเลใจกลาง Super Core CBD ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ บริเวณจุดตัดของถนนสีลมและพระราม 4 เชื่อมต่อการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบด้วยทางเชื่อมตรงสู่รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลม ทำให้การเดินทางสะดวกสบายและเชื่อมต่อการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ
5. นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตเหนือระดับ นอกเหนือจากระบบกรองอากาศแล้ว อาคารยังใส่ใจในรายละเอียดด้านสุขภาวะ เช่น การควบคุมแสงจ้าจากหลอดไฟที่อาจรบกวนสายตา และการออกแบบแสงสว่างตามหลักนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Lighting Design) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมที่สุด
นภารัตน์ กล่าวสรุปว่า “เรามั่นใจว่า Central Park Offices จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม ที่พร้อมต้อนรับองค์กรชั้นนำที่มองหาโซลูชันออฟฟิศแห่งอนาคต ซึ่งสามารถรองรับการเติบโตทางธุรกิจและยกระดับคุณภาพการทำงานอย่างยั่งยืน”
–IHG รุกหนักภูเก็ต! จับมือ แอสเซทไวส์ ปักหมุดโรงแรมหรู “voco Phuket Bangtao” จ่อเปิดให้บริการปี 2572






