เปิดกลยุทธ์! “ชาวฟรีแลนซ์” ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุย พร้อมไขความท้าทาย จัดการเอกสารอย่างไรให้ธนาคารมั่นใจ

เปิดกลยุทธ์! "ชาวฟรีแลนซ์" ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุย พร้อมไขความท้าทาย จัดการเอกสารอย่างไรให้ธนาคารมั่นใจ

สถานการณ์ปัจจุบันที่ Gig Economy หรือเศรษฐกิจที่เน้นการจ้างงานแบบอิสระเติบโตอย่างก้าวกระโดดในไทย ทำให้สัดส่วนของผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) เช่น แม่ค้าออนไลน์, พนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่, หรืออินฟลูเอนเซอร์ พุ่งสูงถึง 50.01% ของผู้มีงานทำทั้งหมดในไตรมาส 2 ปี 2568 (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงแรงงาน) การขยายตัวนี้ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับการทำงานแบบ Work From Home เพิ่มขึ้นตามมา

อย่างไรก็ตาม แม้ชาวฟรีแลนซ์จะมีรายได้สูงและความยืดหยุ่นในการทำงาน แต่เมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย มักเผชิญความท้าทายเนื่องจากสถาบันการเงินมองว่า “รายได้ไม่แน่นอน”


ความท้าทายหลักที่ฟรีแลนซ์ต้องเจอเมื่อกู้ซื้อบ้าน

ผลสำรวจ DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study เผยว่า อุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้บริโภคเกือบ 3 ใน 5 (56%) คือ อาชีพและรายได้ที่ไม่มั่นคง ตามมาด้วยประวัติทางการเงินไม่ดี (41%) และสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ไม่เอื้ออำนวย (30%) ซึ่งตอกย้ำว่าชาวฟรีแลนซ์ต้องมีการเตรียมพร้อมทางการเงินอย่างรัดกุม

DDproperty สรุปความท้าทายหลักที่ธนาคารใช้พิจารณา ดังนี้:

  • ความมั่นคงของรายได้: รายได้ผันแปรตามปริมาณงาน ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าพนักงานประจำ
  • เอกสาร/หลักฐานยืนยันรายได้: ฟรีแลนซ์ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน ทำให้ต้องเก็บหลักฐานทางการเงินและทรัพย์สินอย่างละเอียดเพื่อพิสูจน์ความสม่ำเสมอของรายได้หลังหักรายจ่าย
  • อายุงานที่ธนาคารกำหนด: บางธนาคารกำหนดให้อาชีพอิสระต้องมีประสบการณ์ทำงานนั้น ๆ อย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อแสดงความต่อเนื่องและความมั่นคงของอาชีพ

6 กลยุทธ์พิชิตสินเชื่อบ้าน: แนวทางสร้างความมั่นคงที่ธนาคารเชื่อมั่น

แม้กระบวนการจะเข้มงวดกว่า แต่การเตรียมตัวอย่างชาญฉลาดจะช่วยเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อบ้านให้แก่ชาวฟรีแลนซ์ได้ โดย DDproperty ได้แนะนำเคล็ดลับสำคัญ ดังนี้

  1. ประเมินความสามารถในการผ่อนบ้าน:
    • ใช้รายได้ที่มีการยื่นภาษีในปีที่ผ่านมาหาร 12 เพื่อหาค่าเฉลี่ยรายรับต่อเดือน
    • คำนวณอัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) โดยภาระหนี้ทั้งหมดต่อเดือน ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้
    • ตัวอย่าง: รายได้ 30,000 บาท/เดือน $\times$ 40% = 12,000 บาท (คือความสามารถในการผ่อนบ้านรวมภาระหนี้อื่น)
  2. มีหลักฐานการทำงานชัดเจน:
    • เก็บรักษา สัญญาว่าจ้าง จากลูกค้าทุกฉบับ, ผลงานย้อนหลัง (Portfolio) หรือเอกสาร จดทะเบียนธุรกิจการค้า ย้อนหลังอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อยืนยันความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือของอาชีพ
  3. วางแผนออมเงินดีมีชัย:
    • ออมเงินดาวน์บ้านประมาณ 10-30% ของราคาบ้าน/คอนโดฯ
    • มีเงินออมสำรองสำหรับผ่อนบ้าน/คอนโดฯ อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีที่รายได้ผันผวน ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารมั่นใจในศักยภาพทางการเงิน
  4. ยื่นภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย:
    • การยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 หรือ 94) อย่างสม่ำเสมอ เป็นหลักฐานการรับรองรายได้ที่น่าเชื่อถือที่สุด
    • เก็บ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ไว้ทุกฉบับเพื่อยืนยันรายละเอียดรายได้
  5. เดินบัญชีธนาคารให้สม่ำเสมอ:
    • ใช้บัญชีหลักเพียงบัญชีเดียวในการรับรายได้ และมีการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ (หากรับเป็นเงินสดควรนำฝากเข้าบัญชี)
    • รักษา ยอดคงเหลือในบัญชี และหลีกเลี่ยงการถอนเงินออกจนหมดบัญชีบ่อย ๆ
    • ธนาคารจะตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนถึง 1 ปี
  6. สร้างประวัติทางการเงินดี:
    • ตรวจสอบประวัติการชำระหนี้จาก เครดิตบูโร (ย้อนหลัง 3 ปี)
    • ไม่ควรมีหนี้ค้างชำระ ไม่มีประวัติการผ่อนสินค้าจำนวนมาก หรือใช้บัตรกดเงินสดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ยื่นกู้

ทางเลือกเสริม: “กู้ร่วม” เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ หากกู้ร่วมกับบุคคลที่มีรายได้ประจำ จะช่วยเติมเต็มความมั่นคงของรายได้และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงเพิ่มวงเงินกู้ให้สูงขึ้นได้

สรุป การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมสำหรับชาวฟรีแลนซ์ หากเริ่มต้นสร้างวินัยทางการเงินและแสดงหลักฐานความมั่นคงทางการเงินได้อย่างชัดเจน ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การกู้ซื้อบ้านในฝันประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

เปิด SANSIRI ARENA ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด พร้อมส่วนลดสูงสุด 10 ล้าน* ลุ้นบินลัดฟ้าที่แอนด์ฟิลด์

Scroll to Top