พฤกษา ส่ง IHC รุกธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ แสนล้าน สร้างรายได้ยั่งยืน

พฤกษา ส่ง IHC รุกธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ แสนล้าน สร้างรายได้ยั่งยืน

พฤกษา โฮลดิ้ง” สานต่อกลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัวและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อระดับล่าง ประกาศเปิดตัวบริษัท “อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด” (IHC) พร้อมนำร่อง 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ (IHC), ธุรกิจรับสร้างบ้านระดับกลาง-บน (Plantnery by PRUKSA) และธุรกิจที่อยู่อาศัยให้เช่า (iPlearn) มุ่งเน้นการเข้าถึง Gap Market และ Recurring Income เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว


ตลาดอสังหาฯ ไทยชะลอตัว แต่ช่องว่างรายกลาง-เล็ก ยังเปิดกว้าง

ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แม้ GDP ไทยจะรั้งท้ายอาเซียน และตลาดอสังหาฯ โดยรวมจะดรอปลงหลังโควิด แต่ยังเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ในตลาด:

ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม: มีมูลค่าราว 300,000 – 500,000 ล้านบาท โดยที่ 30% หรือกว่า 100,000 ล้านบาท เป็นส่วนของ ผู้ประกอบการรายกลางถึงรายเล็ก (Medium to Small Developers)

พฤกษา ส่ง IHC รุกธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ แสนล้าน สร้างรายได้ยั่งยืน

ซึ่ง IHC มองเห็นเป็นโอกาสสำคัญที่จะเข้าไป Capture ตลาดนี้ โดยให้บริการแบบ One-Stop Service Solution ตั้งแต่ Business Development (BD) จนถึง After-Sale Service เพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของผู้ประกอบการกลุ่มนี้ที่มักขาดทีมก่อสร้าง และนวัตกรรม เช่น Precast

ตลาดรับสร้างบ้าน (B2C): มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 200,000 ล้านบาท แต่มี รายใหญ่ครองส่วนแบ่งเพียง 10% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ 90% เป็นตลาดแสนล้าน ที่มีผู้ประกอบการรายเล็กและมีปัญหาเรื่อง การทิ้งงาน และ การคุมราคาไม่บานปลาย

IHC จึงส่งแบรนด์ Plantnery by PRUKSA ที่มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี Precast และทีมช่างที่มีประสบการณ์ 30 ปี เข้ามาเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือ เน้นกลุ่มลูกค้า 10-30 ล้านบาท ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากนัก


พฤกษา ส่ง IHC รุกธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ แสนล้าน สร้างรายได้ยั่งยืน

3 ธุรกิจหลัก สานต่อ Ecosystem ที่อยู่อาศัยครบวงจร

1.ธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ (IHC): เน้นลูกค้า B2B และ SME ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การทำ Feasibility การออกแบบ การก่อสร้างด้วยนวัตกรรม (เช่น Precast) ที่มีความเร็วสูง (ตึก 10,000 ตร.ม. สร้างเสร็จใน 6-9 เดือน) และมี After-Sale Service พร้อมทีมก่อสร้างกว่า 60 ทีม

2.ธุรกิจรับสร้างบ้าน (Plantnery by PRUKSA): เน้นลูกค้า B2C ระดับกลางถึงบน (10-30 ล้านบาท) ชูจุดเด่นที่ความ Flexible ในการออกแบบ (Customization) การใช้ระบบ Precast Automation ที่สร้างความมั่นใจในคุณภาพ และการให้ลูกค้าสามารถ เยี่ยมชมไซต์งานจริง ของพฤกษาที่มีอยู่รอบกรุงเทพฯ กว่าร้อยไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากผู้รับสร้างบ้านทั่วไป และยังมาพร้อมการ รับประกันงานโครงสร้างนาน 20 ปี

3.ธุรกิจที่อยู่อาศัยให้เช่า (iPlearn): เล็งเห็น เทรนด์ Gen C ที่นิยมการเช่า และอัตราการเข้าพักอพาร์ตเมนต์ที่สูงกว่า 90% ในบางพื้นที่ โดยมองว่าธุรกิจนี้เป็น Recurring Income ที่มั่นคงแม้ตลาดอสังหาฯ จะผันผวน ปัจจุบันมีขนาดตลาดรวมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 800,000 หน่วย และมีอัตราเติบโต 3-4% ต่อปี

พฤกษา ส่ง IHC รุกธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ แสนล้าน สร้างรายได้ยั่งยืน
  • เป้าหมาย: เปิดตัว 3 ทำเลนำร่องในไตรมาส 4 ปีนี้ และขยายสู่ 10,000 ห้องภายใน 3 ปี โดยมีแผนนำสินทรัพย์เข้า REIT เพื่อลดภาระการลงทุนและนำเงินกลับมาขยายธุรกิจต่อ
  • จุดเด่น: ใช้ทีมออกแบบคอนโดชั้นนำ ทำให้มีดีไซน์ที่ทันสมัยแตกต่างจากอพาร์ตเมนต์ทั่วไป พร้อมบริการ Convenience ครบวงจรบริเวณชั้นล่าง และสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วในต้นทุนที่ต่ำ โดยใช้ความเชี่ยวชาญจากการทำคอนโดแบรนด์ Plum มาต่อยอด

สำหรับเป้าหมายด้านรายได้ของ IHC ในปีแรก (นับตั้งแต่ Q2 ที่เปิดตัว) คาดว่ายอดขายรวมในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้าน Plantnery by PRUKSA ที่อยู่ในไปป์ไลน์จะอยู่ที่ประมาณ 700-800 ล้านบาท โดยมีรายได้ที่รับรู้ตามงวดงานก่อสร้าง (Revenue) ที่อาจอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท ในปีหน้า และตั้งความหวังในการขยายขนาดธุรกิจรับสร้างบ้านให้ไปถึง 5,000 – 10,000 ล้านบาท ในอนาคต

เปิดกลยุทธ์! “ชาวฟรีแลนซ์” ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุย พร้อมไขความท้าทาย จัดการเอกสารอย่างไรให้ธนาคารมั่นใจ

Scroll to Top