“Short Stay” และ “Corporate” ดันธุรกิจโรงแรมพุ่ง แม้กำลังซื้อนักท่องเที่ยวหลักชะลอตัว

"Short Stay" และ "Corporate" ดันธุรกิจโรงแรมพุ่ง แม้กำลังซื้อนักท่องเที่ยวหลักชะลอตัว

Ascott (แอสคอทท์) ผู้ให้บริการเซอร์วิสเรสซิเดนซ์และโรงแรม เปิดเผยทิศทางตลาดที่พักในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มลูกค้าที่เดินทางมาเพื่อธุรกิจ (Corporate) และการเข้าพักระยะสั้น (Short Stay) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ยังคงมีการเติบโต แม้ว่าภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (Leisure Segment) จะถดถอยลงในปีนี้

“นักท่องเที่ยวธุรกิจ” และ “Long Stay” คือกลไกหลัก

สถานการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในปีปัจจุบัน ส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนชะลอตัวลง โดยมีตัวเลขการถดถอยที่ใกล้เคียงกับตลาดรวม

อย่างไรก็ตาม แอสคอทท์ระบุว่า ธุรกิจยังคงมีการเติบโตที่ดีในส่วนของกลุ่ม นักท่องเที่ยวธุรกิจ (Corporate) และ Long Stay (เข้าพักระยะยาว) โดยสัดส่วนการเข้าพักระยะยาวโดยเฉลี่ยของทั้งกลุ่มอยู่ที่กว่า 20%

ซึ่งในบางทำเลที่เอื้อต่อการทำงานและมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น Somerset เอกมัย และ Ascott ทองหล่อ สัดส่วน Long Stay อาจสูงถึง 40-50% เนื่องจากเป็นย่านที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติที่มาทำงาน เช่น ชาวญี่ปุ่น

“Lyf” แบรนด์ Co-Living ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่

แอสคอทท์ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของแบรนด์ Lyf (ไลฟ์) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Gen Z และ นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ โดย Lyf ได้รับการยอมรับมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ

คอนเซ็ปต์หลักของ Lyf คือ Co-Living ที่มุ่งเน้นการสร้างชุมชน (Community) และประสบการณ์ (Experience-Led) การเข้าพักไม่ได้เป็นเพียงห้องพักทั่วไป แต่มีการเสริมในเรื่องของ Social และ Activity ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมในพื้นที่ Co-Living Area หรือ Co-Kitchen ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การเดินทางที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” เป็นหลัก

มองทิศทางตลาดและการขยายตัว

แอสคอทท์มองว่า แม้ประเทศไทยจะยังมีความท้าทายในด้านความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัย แต่ยังคงเป็น Top Destination Choice ของนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้คือ นักท่องเที่ยวจากอินเดีย

รวมถึงตลาดยังคงได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย และ สิงคโปร์ และตลาดที่มีความแข็งแกร่งอย่าง ตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ Ascott ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดประเทศไทยในระยะยาว โดยมองหาโอกาสขยายโครงการใหม่ ๆ ในรูปแบบ Conversion ที่สามารถเข้าบริหารได้ทันที นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการใหม่แบบ New Build ที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่า ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงในตลาดที่พักและเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ของไทย

Ascott เปิดแผน 3 แกนหลัก พร้อมลุยตลาดท่องเที่ยว-อสังหาฯ ไทย ตั้งเป้าโต 7%

Scroll to Top