“โบทานิก้า” รุกตลาดรีเทล ปั้นคอมมูนิตี้มอลล์ “The Grove by Botanica” ใจกลางภูเก็ต

"โบทานิก้า" รุกตลาดรีเทล ปั้นคอมมูนิตี้มอลล์หรู "The Grove by Botanica" ใจกลางภูเก็ต

โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า ประกาศรุกเข้าสู่ตลาดรีเทลครั้งแรกด้วยโครงการคอมมูนิตี้มอลล์หรู “The Grove by Botanica” ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่าง “พรุจำปา” เพื่อรองรับดีมานด์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มนักลงทุนและผู้มีกำลังซื้อสูง (HNWI) พร้อมตั้งเป้าผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนและไลฟ์สไตล์ระดับโลก

พรุจำปา: ทำเลทองแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ดีมานด์ไฮเอนด์

รายงานจากหลายสถาบันชี้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเป็นกำลังสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อลงทุนถึง 80% เนื่องจากได้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าสูงถึง 7-8% นอกจากนี้ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลเอกชน

ในจำนวนนี้ “พรุจำปา” กลายเป็นทำเลที่ถูกจับตามองในฐานะ “New Growth Zone” ด้วยจุดเด่นที่เชื่อมต่อกับสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาที และรายล้อมไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงเรียนนานาชาติ UWC รวมถึงมีบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ที่มองหาชุมชนคุณภาพ โบทานิก้าฯ มีโครงการพูลวิลล่าหรูอยู่ในโซนนี้ถึง 5 โครงการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของทำเลนี้ที่เติบโตขึ้นกว่า 20 เท่าหลังสถานการณ์โควิด

ปั้น ‘โบทานิก้า คอมมูนิตี้’ ยกระดับคุณภาพชีวิต

อรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด เผยว่า The Grove by Botanica คือส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ระยะยาวในการสร้าง “โบทานิก้า คอมมูนิตี้” เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกว่าการเป็นเพียงที่พักอาศัย โดยโครงการนี้จะรวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในชุมชน พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมการพบปะสังสรรค์ เพื่อสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพ

สถาปัตยกรรมล้ำสมัย ผสานแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

โครงการนี้ใช้เงินลงทุน 42 ล้านบาท ออกแบบบนพื้นที่ 5 ไร่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “เพรียงทะเล” ที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ การออกแบบภายนอกเน้นรูปทรงเรขาคณิตที่ทันสมัย ขณะที่ภายในใช้เส้นสายโค้งมนแบบ Organic Flow โดยเลือกใช้โทนสีอบอุ่นและวัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้และหิน พร้อมการจัดแสงและเงาที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ทำให้โครงการแห่งนี้ไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นแลนด์มาร์กแห่งการใช้ชีวิตที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

*โครงการเริ่มก่อสร้างแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569

“Short Stay” และ “Corporate” ดันธุรกิจโรงแรมพุ่ง แม้กำลังซื้อนักท่องเที่ยวหลักชะลอตัว

Scroll to Top