ถอดบทเรียน LINE SCALE UP เปิด 3 ปัจจัยชี้ขาด Startup ขยายธุรกิจข้ามประเทศ พร้อมจับมือไต้หวันปูทางต่อยอด AI ยกระดับ SME

ถอดบทเรียน LINE SCALE UP เปิด 3 ปัจจัยชี้ขาด Startup ขยายธุรกิจข้ามประเทศ พร้อมจับมือไต้หวันปูทางต่อยอด AI ยกระดับ SME

การขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศถือเป็นก้าวสำคัญและความท้าทายครั้งใหญ่ของธุรกิจสตาร์ทอัพ แม้ผลิตภัณฑ์จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศบ้านเกิด แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะเติบโตได้ทันทีในดินแดนใหม่ หากขาดการวางกลยุทธ์ที่รอบด้านและเข้าใจบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง

วริศ แจ่มวุฒิปรีชา ผู้จัดการฝ่าย Incubation จาก LINE ประเทศไทย ได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ Building the Taiwan-Thailand Innovation Corridor ภายในงาน Taiwan Tech Solution Day in Bangkok – From Taiwan to Thailand: Powering Southeast Asia with Taiwan Innovation โดยได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่สตาร์ทอัพที่ต้องการขยายตลาดข้ามประเทศ โดยเฉพาะสตาร์ทอัพจากไต้หวันที่ต้องการเข้ามาปักหมุดในไทย ผ่าน 3 ปัจจัยสำคัญจาก LINE SCALE UP ดังนี้

  1. Product–Market Fit Transferability (การถ่ายโอนความเข้ากันได้ของผลิตภัณฑ์สู่ตลาดใหม่): ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่า อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จในตลาดเดิม และสิ่งนั้นสามารถนำมาปรับใช้ในตลาดใหม่ได้จริงหรือไม่ ความสำเร็จเดิมไม่สามารถนำมาคัดลอกลงในอีกประเทศได้ทันที สิ่งสำคัญคือการพิสูจน์ให้เห็นว่าบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคใหม่ได้จริง ซึ่งต้องมองลึกไปกว่ายอดผู้ใช้หรือรายได้ระยะแรก โดยต้องโฟกัสที่พฤติกรรมการใช้งานจริงและความสามารถในการรักษาฐานผู้ใช้ให้กลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
  2. Local Adaptability (ความยืดหยุ่นในการปรับตัวเข้ากับบริบทท้องถิ่น): แต่ละประเทศมีโครงสร้างตลาด วัฒนธรรมการซื้อสินค้า ระบบการชำระเงิน และความคาดหวังที่แตกต่างกัน สตาร์ทอัพจึงต้องประเมินว่าองค์ประกอบใดในโมเดลธุรกิจ (Business Model) ที่จำเป็นต้องปรับให้เข้ากับคนในท้องถิ่น และต้องคำนวณอย่างรอบคอบว่าหลังจากการทำ Localization แล้ว ธุรกิจยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้คุ้มค่าตามเป้าหมายหรือไม่
  3. Distribution Leverage (การใช้พลังของช่องทางการจัดจำหน่าย): นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถการันตีความสำเร็จได้ หากขาดช่องทางการเข้าถึงตลาดที่มีประสิทธิภาพ สตาร์ทอัพต้องวางแผนทั้งการสื่อสาร ช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค รูปแบบการขาย และการสร้างแบรนด์ ซึ่งการพึ่งพาแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้อยู่แล้วจะเข้ามาช่วยลดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับการกระจายสินค้า ช่วยย่นระยะเวลาที่สตาร์ทอัพอาจต้องใช้เวลาสร้างเองหลายปี

ทั้งนี้ ประเทศไทยและไต้หวันมีพื้นฐานที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมระหว่างกันอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดหลักของ LINE และมีพฤติกรรมผู้บริโภคใกล้เคียงกัน ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือ LINE TODAY ซึ่งเริ่มต้นพัฒนาและให้บริการในไต้หวัน ก่อนจะนำมาปรับใช้และได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนว่าผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสามารถนำมาต่อยอดข้ามตลาดได้หากปรับให้ตรงกับบริบทของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกันความแข็งแกร่งของ Ecosystem และฐานผู้ใช้ LINE ในไทย ยังพร้อมเป็นสปริงบอร์ดให้สตาร์ทอัพต่างชาติเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้รวดเร็วขึ้น

ปัจจุบัน LINE SCALE UP ได้เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ Startup Island Taiwan ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลไต้หวัน เพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศสตาร์ทอัพของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการนำสตาร์ทอัพไทยไปเรียนรู้ตลาดและสร้างเครือข่ายในไต้หวัน การเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไต้หวันเข้ามาศึกษาตลาดไทย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากร องค์ความรู้ การมองหาโอกาสด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และการควบรวมกิจการ (M&A)

นอกจากนี้ LINE SCALE UP ยังเตรียมเปิดตัวกิจกรรมพิเศษร่วมกับพันธมิตรครั้งใหญ่ในช่วงต้นปีหน้า โดยจะนำโจทย์จริงจากกลุ่มธุรกิจ SMEs ไทย มาเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพ, AI Builder และ Technology Partner ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างตรงจุด มุ่งเน้นการใช้งานจริงที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการวัดผลเพียงแค่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี

สำหรับสตาร์ทอัพ, ผู้พัฒนา AI, ผู้ประกอบการ SME และพันธมิตรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดกิจกรรมได้ทาง LINE Official Account: @line_scale_up

–คปภ. เผยโฉมสุดยอดนวัตกรรม InsurTech Award 2026 ดัน AI และ IoT สู่ตลาดประกันภัยรับมือความเสี่ยงโลกอนาคต