V-ZUG (เฟา-ซูก) ประกาศเดินหน้ายกระดับมาตรฐานนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับพันธกิจด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งมั่นสร้างนิยามใหม่ให้กับวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ใส่ใจโลกในทุกมิติ
แองเจลีน ยับ กรรมการผู้จัดการ V-ZUG ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ความยั่งยืน คือหัวใจสำคัญที่ถักทออยู่ในทุกกระบวนการของ V-ZUG ตั้งแต่การออกแบบ การผลิตตามแบบฉบับสวิส ไปจนถึงแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทได้ลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว ดำเนินกิจการอย่างโปร่งใส และมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างอนาคตเพื่อฟื้นฟู คืนสมดุล และสร้างผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว ผ่านโครงการริเริ่มต่างๆ อาทิ โครงการ V-Forest เพื่อการฟื้นฟูผืนป่า การจัดตั้ง กองทุนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในองค์กร การออกแบบเชิงหมุนเวียน และการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ความหรูหราและความยั่งยืนสามารถเกื้อกูลและเสริมคุณค่าซึ่งกันและกันได้
รากฐานความยั่งยืนในทุกขั้นตอนการผลิต
สำนักงานใหญ่ของ V-ZUG ณ เมืองซุก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของโรงงาน Zephyr East ซึ่งออกแบบในแนวตั้งเพื่อลดการใช้พื้นที่ โดยมีการลงทุนกว่า 300 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) ในการพัฒนาโรงงานผลิตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โรงงานผลิตทุกแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ดำเนินงานด้วย พลังงานหมุนเวียน 100% ทั้งจากพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบจัดการวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ถึง 80% ส่งผลให้ V-ZUG สามารถบรรลุ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563
เป้าหมายเชิงรุกเพื่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
V-ZUG ได้กำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยภายในปี พ.ศ. 2573 บริษัทจะลดการปล่อยคาร์บอนในกลุ่ม Scope 1 และ Scope 2 ลง 80% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2563 ตามแนวทางของ Greenhouse Gas Protocol (GHGP) โดยความมุ่งมั่นนี้ขับเคลื่อนผ่านการลงทุนในพลังงานสะอาด การพัฒนาอาคารที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนยานพาหนะทั้งหมดในองค์กรเป็นระบบไฟฟ้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 V-ZUG ได้จัดเก็บ ภาษีคาร์บอนภายในองค์กร ที่อัตรา 120 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 5,000 บาท) ต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งตัน เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ V-ZUG ยังได้จัดตั้งโครงการ V-Forest ในประเทศสกอตแลนด์ เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและการดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งปัจจุบันได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วเกือบหนึ่งล้านต้น ขณะเดียวกัน V-ZUG ยังตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกลุ่ม Scope 3 ลง 30% ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าภายในปี พ.ศ. 2573 โดยเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศทั้งหมดของ V-ZUG ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Science-Based Targets) และส่งข้อมูลรับรองภายใต้โครงการ Science Based Targets initiative (SBTi)
ความรับผิดชอบและความโปร่งใสเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
V-ZUG แสดงความมุ่งมั่นต่อความรับผิดชอบและความโปร่งใส โดยมีการรายงานความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศตามกรอบ TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures) พร้อมประเมินประเด็นสาระสำคัญอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในปี พ.ศ. 2567 บริษัทได้ดำเนินการวิเคราะห์ตามมาตรฐาน ESRS (European Sustainability Reporting Standards) ซึ่งระบุ 15 ประเด็นหลัก อาทิ นวัตกรรมประหยัดพลังงาน การออกแบบสินค้าแบบหมุนเวียน ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนของ V-ZUG
ภายใต้แนวคิด Design to Circularity ที่ V-ZUG ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถซ่อมแซม ใช้ซ้ำ และรีไซเคิลได้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยืดอายุการใช้งาน โดย V-ZUG ได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Outokumpu ผู้นำระดับโลกด้านเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ ในการนำสเตนเลส Circle Green® ที่มีส่วนผสมรีไซเคิลสูงถึง 95% และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 90% มาใช้ในผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องล้างจาน AdoraDish เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ความยั่งยืนของ V-ZUG ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การใช้งาน แต่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ เช่น Adora Table โต๊ะที่ผลิตจากถังซักผ้ารุ่นเก่า ซึ่งได้รับการแปลงโฉมใหม่เป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่น สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบ การใช้งาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถผนวกรวมกันได้อย่างกลมกลืน
เพื่อเสริมสร้างคุณค่าและความพึงพอใจแก่ลูกค้าในระยะยาว ลูกค้ารายย่อยจะได้รับการรับประกันผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า V-ZUG เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีอะไหล่สำรองเก็บไว้ให้ถึง 15 ปีหลังสินค้าได้ยุติการผลิตและการจำหน่าย โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กร เน้นย้ำเรื่องการสร้างความทนทาน และส่งเสริมการซ่อมแซมแทนการเปลี่ยนใหม่
“ในขณะที่ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทย V-ZUG ได้กำหนดนิยามใหม่ของความหรูหรา ซึ่งผสานกันอย่างลงตัวระหว่างการออกแบบที่ประณีต นวัตกรรมล้ำสมัย และความยั่งยืนในทุกมิติ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่ามาสู่ตลาดประเทศไทยอย่างจริงจัง” นางแองเจลีนกล่าวทิ้งท้าย
ด้วยรากฐานแห่งความแม่นยำแบบสวิสและความเป็นผู้นำด้านความรับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม V-ZUG ได้แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมและความยั่งยืนสามารถหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับความหรูหราที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบควบคู่การสร้างสรรค์เพื่อความคงทนในระยะยาว
–TrueID TV Gen3: พลิกโฉมกล่องทีวีสู่ศูนย์กลางชีวิตอัจฉริยะในบ้าน ด้วยฝีมือนวัตกรไทย







