10 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ ปี 2569: การ์ทเนอร์ชี้ AI ขับเคลื่อนโลกธุรกิจ ต้องรับผิดชอบและสร้างความไว้วางใจ

10 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ ปี 2569: การ์ทเนอร์ชี้ AI ขับเคลื่อนโลกธุรกิจ ต้องรับผิดชอบและสร้างความไว้วางใจ

การ์ทเนอร์ อิงค์ (Gartner, Inc.) ได้เปิดเผย 10 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 ที่ผู้นำองค์กรและผู้บริหารด้านเทคโนโลยีควรให้ความสำคัญและเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนด้านนวัตกรรมและความเสี่ยงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

AI: แกนหลักของการเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย

Gene Alvarez รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ เน้นย้ำว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ผู้นำเทคโนโลยีต้องเผชิญกับการหยุดชะงักและนวัตกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเทรนด์เชิงกลยุทธ์ปีนี้สะท้อนความเป็นไปของโลกที่ ขับเคลื่อนด้วย AI และเชื่อมต่อกันสูงตลอดเวลา ซึ่งองค์กรจำเป็นต้องขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ ดำเนินงานด้วยความเป็นเลิศ และสร้างความไว้วางใจทางดิจิทัลไปพร้อมกัน

ด้าน Tori Paulman รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ เสริมว่า แนวโน้มเหล่านี้เป็นมากกว่าการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แต่คือ ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ สิ่งที่แตกต่างในปีนี้คือ ความเร็ว ของนวัตกรรมที่เกิดขึ้น องค์กรที่ลงมือตั้งแต่ตอนนี้จะไม่เพียงแค่สามารถรับมือกับความผันผวนเท่านั้น แต่ยังจะเป็นผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมในทศวรรษหน้าอีกด้วย

10 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในปี 2569

เทรนด์เทคโนโลยีที่สำคัญเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการตอบสนองต่อข้อกำหนดทางธุรกิจและภูมิรัฐศาสตร์:

  1. AI Supercomputing Platforms: ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่รวม CPUs, GPUs, ชิปประมวลผลเฉพาะ (AI ASICs) และการประมวลผลแบบนิวโรมอร์ฟิกเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมด้วยซอฟต์แวร์จัดการการทำงาน (Orchestration Software) เพื่อจัดการกับงานที่ต้องใช้ข้อมูลเข้มข้น เช่น Machine Learning และ Simulation การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2571 องค์กรชั้นนำมากกว่า 40% จะนำสถาปัตยกรรม Hybrid Computing Paradigm มาใช้ในเวิร์กโฟลว์ทางธุรกิจที่สำคัญ
  2. Multiagent Systems (MAS): ชุดของ AI Agent ที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน ช่วยให้องค์กรสามารถทำให้กระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนเป็นอัตโนมัติ ยกระดับทักษะทีม และสร้างวิธีการใหม่ ๆ ให้คนกับ AI Agent ทำงานร่วมกันได้
  3. Domain-Specific Language Models (DSLMs): โมเดลภาษาที่ได้รับการฝึกหรือปรับแต่งด้วยข้อมูลเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรม หน้าที่ หรือกระบวนการเฉพาะ เพื่อเติมเต็มช่องว่างของโมเดลอเนกประสงค์ (LLM) ด้วย ความแม่นยำสูงขึ้น ต้นทุนต่ำลง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ดีขึ้น คาดว่าภายในปี 2571 มากกว่าครึ่งหนึ่งของโมเดล GenAI ที่องค์กรใช้จะเป็นแบบเฉพาะโดเมน
  4. AI Security Platforms: แพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์เพื่อปกป้องแอปพลิเคชัน AI จากความเสี่ยงเฉพาะ เช่น Prompt Injection, Data Leakage และ Rogue Agent Actions ช่วยให้ CIO สามารถบังคับใช้นโยบายการใช้งานและติดตามกิจกรรม AI ได้อย่างสอดคล้อง การ์ทเนอร์คาดว่าภายในปี 2571 มากกว่า 50% ขององค์กรจะใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้
  5. AI-Native Development Platforms: แพลตฟอร์มการพัฒนาที่ใช้ GenAI ในการสร้างซอฟต์แวร์ให้รวดเร็วและง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดทีม Software Engineering ที่เล็กและคล่องตัวมากขึ้น โดยคาดว่าภายในปี 2573 แพลตฟอร์มเหล่านี้จะส่งผลให้ 80% ขององค์กรปรับเปลี่ยนทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มี AI เสริม
  6. Confidential Computing: แนวทางใหม่ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มุ่งเน้นการปกป้องข้อมูลในขณะที่ “กำลังถูกประมวลผล” โดยการแยกภาระงานไว้ในสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่ปลอดภัย (Trusted Execution Environment – TEE) ช่วยให้ข้อมูลเป็นส่วนตัวแม้จากผู้ให้บริการคลาวด์หรือเจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน
  7. Physical AI: ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพที่นำความฉลาดของ AI มาสู่โลกจริง โดยฝังอยู่ในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สามารถรับรู้ ตัดสินใจ และดำเนินการได้ เช่น หุ่นยนต์และโดรน ก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่วัดผลได้ในอุตสาหกรรมที่เน้นระบบอัตโนมัติ
  8. Preemptive Cybersecurity: ความปลอดภัยไซเบอร์เชิง ป้องกันล่วงหน้า ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนที่ผู้โจมตีจะโจมตี โดยใช้ AI-powered SecOps และเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อหลอกล่อและเบี่ยงเบนความสนใจของแฮกเกอร์ คาดว่าภายในปี 2573 โซลูชันเชิงป้องกันล่วงหน้าจะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายด้านความปลอดภัยทั้งหมด
  9. Digital Provenance: ความสามารถในการตรวจสอบแหล่งที่มา ความเป็นเจ้าของ และความสมบูรณ์ของซอฟต์แวร์ ข้อมูล สื่อ และกระบวนการ ด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ เช่น Software Bills of Materials (SBoM) และ Digital Watermarking เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซอฟต์แวร์บุคคลที่สามและเนื้อหาที่สร้างโดย AI
  10. Geopatriation: การย้ายข้อมูลและแอปพลิเคชันจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะระดับโลกไปยังการดำเนินงานแบบ ท้องถิ่น เช่น Sovereign Cloud หรือ Regional Cloud Provider เนื่องจากการรับรู้ถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ผู้บริหาร CIO สามารถควบคุมการเก็บข้อมูลในพื้นที่ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และธรรมาภิบาลได้มากขึ้น

ฟูจิตสึ เร่งเครื่องพัฒนา ‘ควอนตัมคอมพิวเตอร์’ ขนาดกว่า 10,000 คิวบิต ตั้งเป้าเสร็จปี 2573

Scroll to Top