อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม AI โดยเตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลใหม่ใน บราซิล ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ พร้อมเพิ่มศูนย์ข้อมูลในเม็กซิโก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และดูไบ ในปีหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายกลยุทธ์ที่ประกาศในงาน Apsara Conference 2025
ดร.เฟยเฟย ลี ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า “AI กำลังปฏิวัติรากฐานของการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ กลยุทธ์การขยายโครงสร้างพื้นฐานของเราถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากลูกค้าที่มองการณ์ไกล เราพร้อมช่วยเหลือพันธมิตรและลูกค้าในการพัฒนาและขยายขนาดของ AI agents และแอปพลิเคชัน AI เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลรุ่นใหม่ในตลาดโลก”
ดัน AI สู่ทุกอุตสาหกรรมผ่านโครงการ AI Catalyst Program
เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดตัว AI Catalyst Program ซึ่งมอบการสนับสนุนที่ครอบคลุมสำหรับบริษัทด้าน AI ทั่วโลก โดยบริษัทที่ได้รับคัดเลือกจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และเครื่องมือด้าน AI ทรัพยากรสำหรับการเข้าสู่ตลาด รวมถึงโทเค็นฟรีสูงสุด 2 พันล้านโทเค็นบนแพลตฟอร์ม Model Studio และเครดิตคลาวด์สูงสุด 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ความร่วมมือทางเทคโนโลยีที่น่าจับตา
อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ดังนี้
- NVIDIA: อาลีบาบา คลาวด์ ได้รวม Platform for AI (PAI) เข้ากับชุดซอฟต์แวร์ Physical AI ของ NVIDIA เพื่อสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์เนทีฟที่ครบวงจรสำหรับนักพัฒนา ช่วยเร่งการพัฒนาหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (humanoid) และโซลูชัน Physical AI
- สหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ (ISU) และ ThinkSport: จัดการแข่งขัน Sports Data Hack Challenge เพื่อใช้เทคโนโลยี AI และคลาวด์เร่งการนำ AI มาใช้ในวงการกีฬา และสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
- AstraZeneca China: ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ Qwen LLM และ Model Studio ของอาลีบาบา คลาวด์ สร้างเครื่องมือรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยาในจีน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 300% เมื่อเทียบกับการวิเคราะห์โดยมนุษย์
- Shiseido: ยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในจีน โดยใช้ Cloud Threat Detection and Response (CTDR) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว
- GladCube: ร่วมมือกันพัฒนาโซลูชัน AI สำหรับตลาดญี่ปุ่น โดยใช้โมเดลสร้างรูปภาพ Wan เพื่อผลิตวิดีโอคุณภาพสูง และเตรียมเปิดตัวบริการ AvaTwin ซึ่งเป็นอวาตาร์ AI สำหรับการสื่อสารในองค์กร
- FLUX: สตาร์ทอัพด้าน AI จากโตเกียว พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาญี่ปุ่น FLUX-Japanese-Qwen ที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม โดยใช้เทคนิค Pinpoint-tuning ที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อสร้างโมเดลเฉพาะทางด้านการเงิน
- Turbo AI: ใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ของอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อให้บริการโซลูชันแบบบูรณาการที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าตลอดวงจรชีวิตของ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมาก
การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอาลีบาบา คลาวด์ ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ระดับโลก และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัล
–สร้างปรากฏการณ์ Live Economy: TikTok Shop เผยความสำเร็จแคมเปญ 9.9 ดันยอดขายแบรนด์ไทยพุ่ง 14,000%







