ไบโอเทค สวทช. และ สถาบันวิจัยพฤกษศาสตร์คุนหมิง (KIB) จากจีน ลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญด้านการวิจัยเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ มุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ครอบคลุมการพัฒนาวัสดุแห่งอนาคต พืชเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หวังพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเกษตรในระดับภูมิภาค
การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการจุดแข็งของแต่ละฝ่ายในการสร้างสรรค์องค์ความรู้และผลงานวิจัยอันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ทั้งในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) สวทช. เปิดเผยว่า กรอบความร่วมมือนี้จะมีระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ถึง 29 พฤษภาคม 2573 ครอบคลุมหลากหลายสาขาที่น่าสนใจ อาทิ การพัฒนา “ผ้าแห่งอนาคต” (next generation) จากวัสดุลูกผสมระหว่างไมซีเลียม (เห็ดรา) และเส้นใยพืช นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการศึกษาห่วงโซ่มูลค่าของพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างมะม่วง ทุเรียน และอะโวคาโด อย่างครบวงจร ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการ งานภาคสนาม การใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช งานวิจัยโรคพืชและราทำลายแมลง ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า และเทคนิคการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ในระยะยาว (มากกว่า 50 ปี) รวมถึงการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์และบุคลากรระหว่างกัน
“ไบโอเทค สวทช. มีความเชี่ยวชาญในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมทั้งเห็ด รา ชีวภัณฑ์ จุลินทรีย์ทางการเกษตร คลังเก็บจุลินทรีย์ และธนาคารทรัพยากรชีวภาพ ขณะที่ KIB ของจีน มีบทบาทโดดเด่นในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยเฉพาะในพื้นที่ตั้งของสถาบัน ณ เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะพืชเขตร้อนและกึ่งร้อน ความร่วมมือนี้จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลต่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาค” ผศ.ดร.เชาวรีย์ กล่าว
ด้าน Prof. Dr. Punuo Baimadanzeng (ศ.ดร.ผูหนัว ไป่มาตันเจิง) ผู้อำนวยการสถาบันพฤกษศาสตร์คุนหมิง (KIB) กล่าวเสริมว่า KIB ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2481 และเป็นสถาบันวิจัยชั้นนำของจีน มีเป้าหมายเพื่อศึกษาความหลากหลายของพืชและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน KIB มีศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ คือ Southwest China Germplasm Bank of Wild Species (GBOWS) ซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2550 ปัจจุบันมีการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์พืชป่ากว่า 94,000 ตัวอย่าง จากกว่า 11,000 สายพันธุ์ พร้อมด้วยหน่วยงานสนับสนุน เช่น ธนาคารดีเอ็นเอ หน่วยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และธนาคารจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีสวนพฤกษศาสตร์คุนหมิงที่รวบรวมพืชกว่า 5,000 สายพันธุ์ KIB จึงเป็นศูนย์กลางการวิจัยพฤกษศาสตร์ที่สำคัญของเอเชีย และมีบทบาทในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับแผนการในอนาคต ดร.นัฐวุฒิ บุญยืน หัวหน้าทีมวิจัยปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ทางการเกษตร BIOTEC สวทช. เปิดเผยว่า ทีมนักวิจัยจากทั้งสองหน่วยงานมีแผนจะขอทุนวิจัยร่วมกัน เช่น กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC Special Fund: MLCSF) และทุนวิจัยร่วมภายใต้โครงการ CAS-NSTDA Joint Research Program เพื่อส่งเสริมการวิจัยร่วมกันระหว่างนักวิจัยไทยและจีนจาก KIB ต่อไป
ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันวิจัยชั้นนำครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ที่จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและแนวทางการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สร้างประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคในอนาคต
พิธีลงนามความร่วมมือ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารไบโอเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) และ สถาบันวิจัยพฤกษศาสตร์คุนหมิง (Kunming Institute of Botany: KIB) สถาบันวิจัยชั้นนำด้านพฤกษศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences: CAS) โดยมี นายหม่า มิงเกิง ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ผู้บริหาร และนักวิจัยจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน







