กองทัพจีนยกระดับเทคโนโลยีสงคราม หลังเผยแพร่ภาพฟุตเทจการทดสอบ “ฝูงหมาป่าหุ่นยนต์” (Robotic Wolf Packs) เจนเนอเรชันใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการรบในเขตเมืองโดยเฉพาะ โดยเน้นความฉลาดในการทำงานร่วมกันเป็นทีมและการตัดสินใจที่แม่นยำด้วยระบบ AI
หุ่นยนต์รบชุดนี้พัฒนาโดย China Ordnance Automation Research Institute Co., Ltd. ซึ่งเป็นการอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของโครงสร้างร่างกายที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย และ “สมองกล” ที่ชาญฉลาดขึ้น ช่วยให้พวกมันสามารถประมวลผลและตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ (Autonomous) ส่งผลให้การประสานงานภายในฝูงมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
จุดเด่นที่น่าจับตาคือความสามารถในการติดตั้งอาวุธที่หลากหลาย ตั้งแต่ขีปนาวุธขนาดเล็ก (Micro Missiles) ไปจนถึงเครื่องยิงลูกระเบิด ทำให้ฝูงหมาป่าเหล่านี้สามารถสนับสนุนการยิงโจมตีและกดดันเป้าหมายในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง แทนที่การใช้กำลังพลมนุษย์ในจุดอันตราย
กลยุทธ์การรบของฝูงหมาป่าหุ่นยนต์นี้จะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนเสมือนหน่วยรบพิเศษ ประกอบด้วย:
- หน่วย Shadow: รับหน้าที่ลาดตระเวนและสอดแนม (Reconnaissance)
- หน่วย Bloodstained: รับหน้าที่จู่โจมและทำลายเป้าหมายโดยตรง
- หน่วย Polar: รับหน้าที่สนับสนุนด้านปฏิบัติการ (Operational Support)
นอกจากระบบอัตโนมัติแล้ว ผู้ควบคุมยังสามารถสั่งการผ่านคำสั่งเสียง (Voice Commands) หรือใช้ถุงมือข้อมูล (Data Gloves) เพื่อควบคุมด้วยท่าทาง (Gesture-based controls) ช่วยให้การประสานงานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรในสนามรบเป็นไปอย่างเรียลไทม์
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้านหุ่นยนต์ทางทหารที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก แม้ว่าในฝั่งสหรัฐฯ จะมีการพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาอย่าง “Spot” โดย Boston Dynamics แต่ส่วนใหญ่มักเน้นไปที่การตรวจการณ์และโลจิสติกส์ ซึ่งการรุกคืบของจีนในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคสงครามไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ







