เจาะลึก “Digital Intelligence Fabric” กับ 8 องค์ประกอบหลัก ยกระดับศักยภาพธุรกิจสู่ยุค AI

เจาะลึก "Digital Intelligence Fabric" กับ 8 องค์ประกอบหลัก ยกระดับศักยภาพธุรกิจสู่ยุค AI

True Digital Group ตอกย้ำความเป็น Digital Integrator เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ (Adaptive Infrastructure) ที่มุ่งเน้นโซลูชันแบบองค์รวม เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ด้วย 8 องค์ประกอบสำคัญของ Digital Intelligence Fabric เพื่อให้ทุกธุรกิจพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดและพฤติกรรมลูกค้า

แนวคิดและนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยถึงกลยุทธ์สำคัญในปีหน้าว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้แก่ภาคธุรกิจ โดยเล็งเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในปัจจุบัน จึงได้พัฒนา Adaptive Infrastructure ที่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Connectivity (โครงข่ายอัจฉริยะ), On-demand Application (ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป), และส่วนสำคัญที่สุดคือ Digital Intelligence Fabric ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม และเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์ที่ True Digital มุ่งเน้น

Digital Intelligence Fabric เป็นชุดเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่าทุกองค์กรควรมีในยุคดิจิทัล โดยมีจุดเด่นคือการหลอมรวมความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการนำ AI (Artificial Intelligence) มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้เกิดระบบที่พร้อมใช้งาน (Ready-made) ได้มากถึง 80% และสามารถปรับแต่ง (Custom) ตามความต้องการของแต่ละองค์กรได้ง่ายขึ้น

ความใหม่ของ Digital Intelligence Fabric อยู่ที่:

  1. เทคโนโลยีใหม่: อัปเกรดสู่เทคโนโลยียุคใหม่ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยมี AI เป็นศูนย์กลางในการสื่อสารและจัดการข้อมูล
  2. ระบบสำเร็จรูปที่เกิดจากการเรียนรู้: รวมความชำนาญและบทเรียนจากการทำงานหลายปี ออกมาเป็นระบบสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งานทันที
  3. การผสานรวมอย่างสมบูรณ์: เชื่อมโยงทุกโซลูชันเข้าด้วยกันผ่าน Agnostic Platform และ Unified Data Platform (Data Lake) ทำให้ข้อมูลจากทุกระบบสามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างแม่นยำและเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เจาะลึก 8 องค์ประกอบหลักของ Digital Intelligence Fabric

True Digital ได้คัดสรร 8 องค์ประกอบที่ครอบคลุมความต้องการหลักขององค์กรในทุกอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้:

1. Vertical Cloud with Embedded Security

เป็นบริการคลาวด์ที่แตกต่างจากคลาวด์ทั่วไป (เช่น AWS, Microsoft) โดยการ ฝังระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ของ True เข้าไปในตัวคลาวด์ ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้องค์กรที่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง เช่น Healthcare, Finance, หรือ Manufacturing สามารถใช้งานคลาวด์ได้อย่างมั่นใจและลดปัญหาความไม่เข้ากัน (Integration) ระหว่าง Cloud และ Security ที่ซื้อแยกจากคนละผู้ให้บริการ

2. Connectivity & IoT Platform

เสริมศักยภาพโครงข่ายโทรคมนาคม (Telco) ด้วย IoT Platform และ Managed Service ที่รวมฮาร์ดแวร์ (Sensor) ยุคใหม่ราคาถูกเข้ากับโครงข่าย เพื่อช่วยในการบริหารจัดการและเฝ้าระวัง เช่น การติดตามสถานะรถ EV, ระบบขนส่ง, POS, EDC, และการวัดค่าเฉพาะทาง เช่น การตรวจจับก๊าซรั่วไหลในโรงงาน โดยชำระในรูปแบบรายเดือน (Pay per Month)

3. Computer Vision AI

การ “ต่อสมอง” ให้กับกล้อง เปลี่ยนกล้องวงจรปิดจากการดูย้อนหลังไปสู่การแจ้งเตือนและวิเคราะห์แบบ Real-time สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น

  • โรงงาน: ดูเรื่องความปลอดภัย (Safety), การปฏิบัติตามกฎ (Protocol), และการป้องกันการโจรกรรมวัตถุดิบ
  • การเกษตร: เฝ้าระวังฟาร์ม, ตรวจจับความผิดปกติยามค่ำคืน
  • ค้าปลีก: วิเคราะห์ความหนาแน่นของลูกค้าเพื่อปรับโปรโมชัน, นับจำนวนคนเดินเข้าพื้นที่เพื่อวัดประสิทธิภาพการขาย (Conversion Rate) และการตรวจสอบบริการของพนักงาน

4. Connected Building & Energy Management

โซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานที่ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน สามารถช่วย ประหยัดพลังงานได้ทันที (เช่น True Digital Park East ประหยัด 15-20%) โดยการ Optimize การใช้พลังงานเดิม, การเชื่อมต่อกับพลังงานสะอาด, และการคำนวณ Carbon Footprint เพื่อรายงานความยั่งยืนขององค์กร

5. Smart Logistics & Supply Chain

ยกระดับการจัดการ Logistics จาก Fleet Management ทั่วไป ครอบคลุมไปถึง สิ่งของที่เคลื่อนไหวได้ โดยติดตาม Location, พฤติกรรมคนขับ (เช่น การเบรก, การสูบบุหรี่, การสัปหงก), และความตรงต่อเวลา ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการออก Campaign เพื่อลดอุบัติเหตุ (ตัวอย่าง: ลดลง 37%) นอกจากนี้ยังต่อยอดสู่ Supply Chain ทั้งระบบคลังสินค้า (Warehouse) และการคำนวณเส้นทางการขนส่ง (Routing) สำหรับยานพาหนะจำนวนมากระดับหมื่นคัน

6. Data & AI Platform

ใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ True Digital มีจากฐานลูกค้ากว่า 50 ล้านราย และผู้ใช้ดิจิทัล 36 ล้านคน/เดือน เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เป็น Trend (ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลตามหลัก PDPA) ปัจจุบันพบว่าคนไทยมี Segment พฤติกรรมเพิ่มขึ้นจาก 30 เป็น 65 Segment ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมแบบ Hype Behavior (ฮิตเร็ว ลงเร็ว) ข้อมูลนี้ยังสามารถควบรวมกับ Data ภายในองค์กรลูกค้าเพื่อสร้างประโยชน์ได้อย่างแม่นยำ

7. Managed Cybersecurity

บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทำงานผ่านศูนย์ SOC (Security Operation Center) 24×7 ซึ่งตั้งอยู่ที่ True Digital Park (East) โดยทีมงานสนับสนุนถึง 14 ประเทศ บริการนี้ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย และพร้อมรับมือกับ Hacker ใหม่ ๆ ผ่านการจ่ายค่าบริการแบบ Subscription รายเดือน

8. Digital Skill & Development

การพัฒนาบุคลากร (Academy) ผ่านการ Train, Upskill, และ Reskill เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานในองค์กรมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากทุกโซลูชันและเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกโซลูชันจะตอบโจทย์ได้ด้วย “คน” ที่ใช้งานเป็น


Agnostic Platform: จุดเชื่อมโยงเพื่อการจัดการที่ง่ายและครบวงจร

หัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงทั้ง 8 โซลูชันเข้าด้วยกันคือ Unified Intelligent Center หรือ Agnostic Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางที่รวมทุกการใช้งานไว้ในหน้าจอเดียว (Single Dashboard) ไม่ว่าองค์กรจะใช้โซลูชันใด ๆ ก็ตาม ทำให้ลูกค้าสามารถ Log in เพียงครั้งเดียว (Single Sign-On) เพื่อดูข้อมูล, การแจ้งเตือน (Alert/Notification), และสร้างกฎเกณฑ์การแจ้งเตือน (Rule-based) ได้อย่างง่ายดายและเป็นระบบ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการหลายระบบพร้อมกัน


มุ่งเป้า SME ด้วย 3 หลักการ: คุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานง่าย

True Digital Group มุ่งมั่นที่จะขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนไม่เกิน 20% โดยใช้หลักการ 3 ข้อในการนำเสนอ Digital Intelligence Fabric:

  1. Affordable (คุ้มค่า): ทุกโซลูชันเป็นแบบ As a Service 100% ไม่ต้องลงทุนด้าน CAPEX (ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น) สูง เช่น การติดตั้งกล้อง Computer Vision AI สำหรับดูพนักงาน อาจเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือนต่อกล้อง
  2. Secure (ปลอดภัย): ด้วยความปลอดภัยระดับมืออาชีพที่ฝังอยู่ในทุกบริการ
  3. Simple (ใช้งานง่าย): เข้าถึงและเห็นภาพรวมการทำงานทั้งหมดผ่าน Single Source Visualization

เอกราช ทิ้งท้ายว่า การนำ Digital Intelligence Fabric ไปใช้จะช่วยให้ภาคธุรกิจก้าวข้ามจากอุตสาหกรรม 2.0 ไปสู่ยุค 5.0 ได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องลงทุนมหาศาล และสามารถเลือกใช้โซลูชันที่ให้ “ความคุ้มค่า” (Economic Value) แก่องค์กรอย่างแท้จริง เช่น การเพิ่มโอกาสในการขายหรือการลดความสูญเสียในการดำเนินงาน

HPE ผสาน Juniper ชู ‘AI-native Networking’ เร่งพลังปฏิบัติการ IT อัตโนมัติ

Scroll to Top