ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการเปิดตัว จุดเชื่อมต่อบริการ (Point of Presence หรือ PoP) แห่งใหม่ในประเทศสิงคโปร์ สำหรับ Lacework FortiCNAPP แพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันบนคลาวด์โดยเฉพาะ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ติเน็ตในการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วทั้งอาเซียนและเอเชียใต้ เปิดทางให้ลูกค้าเข้าถึงบริการความปลอดภัยบนคลาวด์ขั้นสูงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวด
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่องค์กรธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม ทำให้ภาพรวมด้านความปลอดภัยมีความซับซ้อนสูงขึ้น การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ ควบคู่ไปกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถือเป็นความท้าทายสำคัญ การจัดตั้ง PoP สำหรับ FortiCNAPP ในสิงคโปร์จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง ด้วยการมอบบริการรักษาความปลอดภัยในระดับภูมิภาค ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟ (Cloud-Native) ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
จุดเชื่อมต่อในสิงคโปร์นี้นับเป็นแห่งที่สองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อจากออสเตรเลีย และจะทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ทั่วโลก ทั้งในอเมริกาเหนือและยุโรป เพื่อมอบบริการความปลอดภัยที่ใกล้ชิดกับการดำเนินงานของลูกค้ามากที่สุด สร้างความเชื่อมั่นด้านความยืดหยุ่นและการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปลดล็อกศักยภาพความปลอดภัยคลาวด์ที่เหนือกว่า
แพลตฟอร์ม Lacework FortiCNAPP ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน และเวิร์กโหลดบนคลาวด์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Public Cloud, Private Cloud หรือ Hybrid Cloud โดยให้บริการในรูปแบบ as-a-service ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผสานการตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูง การจัดการช่องโหว่ และการวิเคราะห์พฤติกรรมไว้ในโซลูชันเดียว ครอบคลุมตลอดวงจรการพัฒนาแอปพลิเคชัน (DevOps)
การเปิดตัวในสิงคโปร์ครั้งนี้ มอบข้อได้เปรียบที่สำคัญ 3 ประการแก่องค์กรในภูมิภาค:
- ยกระดับการจัดเก็บข้อมูลในประเทศ (Enhanced Data Residency): ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้ภายในภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบทั้งในระดับประเทศและระดับอุตสาหกรรม
- เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพบริการ (Faster Service Performance): มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและมีความหน่วงต่ำ ทำให้เข้าถึงบริการความปลอดภัยบนคลาวด์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- ตอบโจทย์ข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เข้มงวด (Stronger Compliance Alignment): ช่วยให้องค์กรก้าวนำหน้าข้อบังคับด้านความปลอดภัย และสามารถนำเทคโนโลยีคลาวด์มาปรับใช้ได้อย่างมั่นใจ
ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลของอาเซียน
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม สอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน “สถานการณ์ความปลอดภัยคลาวด์ ปี 2025” ของฟอร์ติเน็ต ที่พบว่า 78% ขององค์กรใช้บริการคลาวด์จากผู้ให้บริการมากกว่าสองราย และ 61% มองว่าความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นความกังวลสูงสุด การลงทุนอย่างต่อเนื่องของฟอร์ติเน็ตจึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ช่วยให้ทั้งองค์กรและภาครัฐสามารถเข้าถึงโซลูชันความปลอดภัยระดับโลกที่พร้อมปรับขยายการใช้งานได้ตามความต้องการ
วิชาค รามัน รองประธานฝ่ายขาย ประจำประเทศอินเดีย, SAARC, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กล่าวว่า “การลงทุนของฟอร์ติเน็ตในสิงคโปร์สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนการเติบโตทางดิจิทัลของภูมิภาค ขณะที่อาเซียนและเอเชียใต้เร่งนำคลาวด์มาใช้ เรากำลังส่งมอบความปลอดภัยให้ใกล้กับการดำเนินงานของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดท้องถิ่น เสริมความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ และปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชันความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของเรา”







