เปิดตัว Apple Watch Series 12 ชูระบบ Health Sensing System ใหม่ พร้อมฟีเจอร์ Readiness ประเมินความพร้อมร่างกาย

เปิดตัว Apple Watch Series 12 ชูระบบ Health Sensing System ใหม่ พร้อมฟีเจอร์ Readiness ประเมินความพร้อมร่างกาย

Apple ประกาศเปิดตัว Apple Watch Series 12 อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการยกเครื่องสถาปัตยกรรมภายในใหม่ทั้งหมด ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิป S11 ซึ่งเป็นชิปสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ที่ทรงพลังที่สุดของ Apple ควบคู่กับระบบตรวจวัดสุขภาพ Health Sensing System ใหม่ล่าสุด ตอกย้ำความเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ครบเครื่องที่สุดทั้งด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย และความปลอดภัย

จุดเด่นสำคัญของ Apple Watch Series 12 อยู่ที่ระบบเซ็นเซอร์หัวใจแบบออปติคัลและไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คน ยืนยันว่าอุปกรณ์รุ่นนี้ให้ผลการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์สวมใส่ ด้วยไฟ LED สีเขียวขนาดใหญ่ขึ้นและประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ต่อเนื่องทุก ๆ 5 วินาทีตลอดทั้งวันแบบพาสซีฟ ส่งผลให้การประมวลผลวงแหวนกิจกรรม Exercise และ Move มีความแม่นยำสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากการวัดอัตราการเต้นของหัวใจแล้ว การวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ยังทำได้บ่อยขึ้นสูงสุดถึง 24 เท่า โดยแบ่งการประมวลผลออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ Recovery HRV สำหรับติดตามสัญญาณความเครียดและการฟื้นตัวประจำวัน และ Overall HRV เพื่อดูภาพรวมสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด ข้อมูลเหล่านี้ยังนำมาผสานเข้ากับมุมมองค่าสัญญาณชีพเวลากลางวัน (Daytime vitals) ที่ให้ผู้ใช้งานสลับดูระหว่างค่าตอนกลางคืนและกลางวัน ช่วยตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ล่วงหน้า

อีกหนึ่งฟังก์ชันใหม่ที่น่าจับตามองคือ “Readiness” หรือคะแนนความพร้อมของร่างกาย ระบบจะนำข้อมูลกิจกรรมล่าสุด ภาระการฝึกซ้อม (Training Load) ค่าสัญญาณชีพ และคะแนนการนอนหลับ มาวิเคราะห์ร่วมกันผ่านอัลกอริทึมที่พัฒนาร่วมกับแพทย์และนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจากโครงการ Apple Heart and Movement Study โดยจะสรุปผลเป็นคะแนน 0–10 คะแนน พร้อมคำแนะนำที่นำไปปรับใช้ได้จริง 4 ระดับ ได้แก่ Recover, Pace Yourself, Ready และ Go For It ซึ่งระดับคะแนนจะอัปเดตแบบเรียลไทม์ระหว่างวันเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา

ด้านการนับก้าว ระบบ Pedometer ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่โดยใช้แมชชีนเลิร์นนิงร่วมกับชิป S11 ให้ผลการวัดระยะทางการเดินหรือวิ่งในร่มแม่นยำขึ้น จนกลายเป็นสมาร์ตวอตช์ที่นับก้าวได้แม่นยำที่สุด สำหรับแบตเตอรี่ รองรับการใช้งานทั่วไปสูงสุด 24 ชั่วโมง ขยายระยะเวลาสำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้งได้นานถึง 10 ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้น 25% จากรุ่นก่อนหน้า และรองรับการชาร์จที่เร็วขึ้น โดยชาร์จเพียง 15 นาที สามารถใช้งานได้เพิ่มสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง

ในช่วงปลายปีนี้ Apple ยังเตรียมอัปเดตระบบอัจฉริยะด้านเสียง (Audio Intelligence) ที่ทำงานบนชิป S11 เพื่อช่วยจดจำช่วงเวลาสำคัญจากการสนทนาและแจ้งเตือนเสียงสำคัญรอบตัวภายใต้การรักษาความเป็นส่วนตัวระดับสูง ขณะที่ระบบปฏิบัติการ watchOS 27 จะนำ Apple Intelligence มาผสานกับ Siri AI ให้เข้าใจบริบทส่วนบุคคลของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงแอปพลิเคชัน Health บน iPhone ที่จะได้รับการปรับโฉมใหม่ เพิ่มแท็บ Longevity พร้อมฟีเจอร์ Health Age เพื่อประเมินดัชนีสุขภาพเทียบกับอายุจริง

Apple Watch Series 12 ใช้วัสดุกระจกหน้าจอ Ceramic Shield 2 บนตัวเรือนอะลูมิเนียม ซึ่งทนทานกว่ากระจกสมาร์ตวอตช์ทั่วไปและทนทานกว่ากระจก Ion-X เดิมถึง 60% มีตัวเลือกวัสดุและสีที่หลากหลาย ได้แก่ อะลูมิเนียมสีดาร์กบรอนซ์ (Dark Bronze), สีดำ (Black), สีทองอ่อน (Light Gold) และสีสเปซเกรย์ (Space Gray) ตัวเรือนไทเทเนียมสีทองเรเดียนท์ (Radiant Gold) และเนเชอรัลไทเทเนียม (Natural Titanium) รวมถึงตัวเรือนเซรามิกในเฉดสีขาวเพิร์ลไวท์ (Pearl White) และสีน้ำเงินไนต์บลู (Night Blue) โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 กันยายนนี้เป็นต้นไป

ที่มา apple

AirPods 5 ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Open-Ear ดีขึ้น 50% พร้อมเชื่อมต่อ Siri AI และแปลภาษาเรียลไทม์