Apple ประกาศเปิดตัว Apple Watch Ultra 4 นาฬิกาอัจฉริยะระดับเรือธงสำหรับสายกีฬาและการผจญภัย โดยได้รับการยกเครื่องระบบตรวจวัดสุขภาพใหม่ทั้งหมดด้วย Health Sensing System และขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล S11 ซึ่ง Apple ระบุว่าให้ความแม่นยำในการวัดอัตราการเต้นของหัวใจสูงที่สุดในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ พร้อมเพิ่มความถี่ในการวัดข้อมูลสุขภาพ ระบบประเมินความพร้อมของร่างกาย (Readiness Score) แบตเตอรี่ที่ใช้งานโหมดออกกำลังกายกลางแจ้งได้ยาวนานสูงสุด 45 ชั่วโมง ตลอดจนระบบ Audio Intelligence และความสามารถจาก watchOS 27
การอัปเกรดสำคัญของ Apple Watch Ultra 4 อยู่ที่การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในใหม่ ภายใต้ Health Sensing System ที่ประกอบด้วยเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัลและไฟฟ้าชุดใหม่ เซ็นเซอร์ออปติคัลใช้ไฟ LED สีเขียวขนาดใหญ่ขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ทำให้สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบพาสซีฟได้ทุกๆ 5 วินาทีตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การติดตามค่าการออกกำลังกายและวงแหวนกิจกรรม (Activity rings) มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถดูอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ได้ทันทีผ่านกลไกหน้าปัด (Complication)
นอกจากนี้ การตรวจวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Variability หรือ HRV) ยังได้รับการเพิ่มความถี่ในการวัดบ่อยขึ้นสูงสุดถึง 24 เท่า โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ Recovery HRV สำหรับติดตามความเครียดและการฟื้นตัวในแต่ละวัน และ Overall HRV เพื่อประเมินสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจในภาพรวม ระบบตรวจวัดสัญญาณชีพ (Vitals) ยังเพิ่มมุมมองช่วงกลางวัน ทำให้สามารถสลับดูข้อมูลระหว่างกลางคืนและกลางวัน เพื่อช่วยตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อนที่จะปรากฏชัดเจนในตอนกลางคืน
Apple Watch Ultra 4 ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่าง “Readiness” ซึ่งจะประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน โดยอัลกอริทึมจะประมวลผลจากกิจกรรมล่าสุด ภาระการฝึกซ้อม (Training load) ข้อมูลสัญญาณชีพ และคะแนนการนอนหลับ ออกมาเป็นคะแนนตั้งแต่ 0-10 พร้อมคำแนะนำที่นำไปปรับใช้ได้จริง 4 รูปแบบ ได้แก่ Recover, Pace Yourself, Ready และ Go For It ทั้งนี้ คะแนน Readiness จะอัปเดตแบบเรียลไทม์ตลอดวันตามข้อมูลร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้านประสิทธิภาพการใช้งาน ตัวเรือนรองรับการติดตามกิจกรรมกลางแจ้งต่อเนื่องสูงสุด 45 ชั่วโมง มาพร้อมระบบ GPS บนตัวเรือนที่มีความแม่นยำสูงสุดในกลุ่มนาฬิกากีฬา ด้านการประมวลผล ชิป S11 ยังรองรับฟีเจอร์ Audio Intelligence ที่จะอัปเดตเพิ่มเติมในช่วงปลายปี เพื่อช่วยจดจำช่วงเวลาสำคัญในการสนทนาและแจ้งเตือนเสียงสำคัญรอบตัว ขณะที่ระบบปฏิบัติการ watchOS 27 ได้ผสาน Apple Intelligence เข้ากับ Siri AI เพื่อเพิ่มความเข้าใจบริบทส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งยังคงฟังก์ชันความปลอดภัยขั้นสูงอย่างการสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite communications) ไว้อย่างครบถ้วน
Apple Watch Ultra 4 ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ Natural Titanium และ Black Titanium เริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ววันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป
ที่มา apple





