แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุด พบการโจมตีผ่าน “แบ็กดอร์” (Backdoor) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในปี 2025 มีการสกัดกั้นการโจมตีไปแล้วกว่า 3 ล้านครั้ง ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของอาชญากรรมไซเบอร์ในการฝังตัวเพื่อควบคุมระบบขององค์กรในระยะยาว
แบ็กดอร์: ภัยร้ายที่แอบซ่อนในระบบ
แบ็กดอร์ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมักแอบติดตั้งและทำงานอย่างเงียบๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ต่างจากซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกลทั่วไป เมื่อแบ็กดอร์เข้าสู่ระบบได้สำเร็จ ผู้โจมตีจะสามารถสั่งการ รับ-ส่ง หรือลบไฟล์ รวมถึงขโมยข้อมูลลับและบันทึกกิจกรรมทุกอย่างบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้ทันที
สถิติการโจมตีในภูมิภาค (ปี 2025)
จากการตรวจพบของแคสเปอร์สกี้ พบว่ากลุ่มประเทศในอาเซียนเผชิญการโจมตีด้วยแบ็กดอร์ในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนี้:
- อินโดนีเซีย: 1,583,035 รายการ (เพิ่มขึ้น 36%)
- เวียดนาม: 1,296,924 รายการ (เพิ่มขึ้น 3%)
- ไทย: 251,502 รายการ (ตัวเลขคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน)
- มาเลเซีย: 212,239 รายการ (พุ่งสูงที่สุดถึง 86%)
- สิงคโปร์: 50,511 รายการ (ลดลง 49%)
- ฟิลิปปินส์: 35,232 รายการ (ลดลง 35%)
ภาพรวมพบว่าธุรกิจในภูมิภาคนี้เผชิญการโจมตีผ่านแบ็กดอร์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17% เมื่อเทียบกับปี 2024 สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของผู้โจมตีที่มุ่งเน้นการ “ยึดโยงอยู่ในระบบ” มากกว่าการบุกรุกเพียงชั่วคราว
ภัยคุกคามบนอุปกรณ์ (On-device attack) ยังประมาทไม่ได้
นอกจากการโจมตีผ่านเครือข่ายแล้ว แคสเปอร์สกี้ยังสกัดกั้นภัยคุกคามบนอุปกรณ์ (เช่น มัลแวร์จาก USB, ไฟล์ติดตั้งที่ซับซ้อน) ได้มากกว่า 46 ล้านรายการ แม้ภาพรวมจะลดลงเล็กน้อย 6% แต่ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ยังคงเป็นกลุ่มที่มีปริมาณภัยคุกคามประเภทนี้สูงสุด
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ ระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของซัพพลายเชนโลก ผนวกกับการทำงานแบบ Hybrid ที่มีการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวที่ไม่ได้รับการดูแล ส่งผลให้พื้นที่การโจมตีขยายกว้างขึ้น ธุรกิจจึงจำเป็นต้องลงทุนในระบบตรวจจับขั้นสูงและการตอบสนองที่รวดเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงินและข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น
–พี่ไปรฯ เตือนภัยมิจฉาชีพยุค AI ปลอมเสียง-สร้างเรื่องพัสดุเก๊ ย้ำเบอร์จริงต้อง 1505 เท่านั้น







