อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2026 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “ความต้องการ” ของเทคโนโลยี AI ต่อชิปหน่วยความจำ ส่งผลให้ราคา DRAM ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ที่อาจต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาวางจำหน่ายอุปกรณ์รุ่นใหม่ในอนาคต
รายงานล่าสุดจากเกาหลีใต้ระบุว่า Samsung ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและชิปรายใหญ่ของโลก ได้ตัดสินใจปรับราคาชิป LPDDR DRAM ที่จำหน่ายให้กับ Apple เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับราคาในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ขณะที่ SK Hynix อีกหนึ่งผู้ผลิตรายสำคัญ ก็ได้ปรับขึ้นราคาชิป DRAM ของตนสูงถึง 100% หรือหนึ่งเท่าตัวจากราคาเดิม
แม้ว่าในอดีต Apple จะมีชั้นเชิงในการเจรจาและทำข้อตกลงระยะยาวกับซัพพลายเออร์เพื่อควบคุมต้นทุนชิป แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป โดยรายงานเผยว่า Apple สามารถตกลงราคาชิป DRAM กับ Samsung ได้เพียงช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงอำนาจการต่อรองที่ลดลงท่ามกลางสภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลก
ปัจจัยดังกล่าวส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่า iPhone 18 Series รวมถึงอุปกรณ์รุ่นใหม่อื่นๆ จาก Apple ที่กำลังจะเปิดตัว อาจมีการปรับราคาวางจำหน่ายสูงขึ้นตามต้นทุนชิปที่พุ่งพรวด อย่างไรก็ตาม Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดังยังคงมีความเชื่อมั่นว่า Apple อาจเลือกวิธีแบกรับภาระต้นทุนส่วนเกินไว้เอง เพื่อรักษาระดับราคา iPhone ให้คงที่และเพื่อเป้าหมายในการขยายส่วนแบ่งการตลาดต่อไป
–เทียบชัด! Mockup “iPhone Fold” ปะทะตัวตึง Huawei Pura X และ Galaxy Z Fold 7







