OpenAI เปิดศึกชิงเค้กองค์กร! ส่งบันทึกลับชม Amazon ช่วยโตสวนทาง Microsoft ที่เริ่มกลายเป็นข้อจำกัด

OpenAI เปิดศึกชิงเค้กองค์กร! ส่งบันทึกลับชม Amazon ช่วยโตสวนทาง Microsoft ที่เริ่มกลายเป็นข้อจำกัด

ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่าง “คู่รักคู่แค้น” ในวงการ AI จะเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อ Denise Dresser ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (CRO) คนใหม่ของ OpenAI ได้ส่งบันทึกภายในถึงพนักงาน ระบุว่าความร่วมมือกับ Amazon ผ่านแพลตฟอร์ม Bedrock คือกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจระดับองค์กรให้เติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าพันธมิตรดั้งเดิมอย่าง Microsoft เริ่มสร้างข้อจำกัดในการเข้าถึงลูกค้าบางกลุ่ม

ดีล Amazon: จุดเปลี่ยนสำคัญในสมรภูมิ Enterprise

หลัง Amazon ประกาศทุ่มเงินลงทุนสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน OpenAI เมื่อช่วงปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Dresser เผยว่าความต้องการจากลูกค้าองค์กรพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้งาน Amazon Web Services (AWS) อยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ OpenAI ติดข้อจำกัดบางประการจากการผูกติดกับ Microsoft เพียงเจ้าเดียว ทำให้เสียโอกาสในตลาดที่ Bedrock ครองส่วนแบ่งอยู่

เปิดหน้าชน Anthropic: สงครามตัวเลขและความเชื่อ

ในบันทึกฉบับนี้ Dresser ยังได้วิจารณ์คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Anthropic (ผู้พัฒนา Claude) อย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่าตัวเลขรายได้ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ Anthropic กล่าวอ้างนั้น “สูงเกินจริง” ไปประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ จากวิธีการทางบัญชีที่รวมส่วนแบ่งรายได้จากพาร์ทเนอร์แบบ Gross Revenue ในขณะที่ OpenAI รายงานแบบ Net Revenue ซึ่งได้มาตรฐานกว่าสำหรับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO)

นอกจากนี้เธอยังโจมตีกลยุทธ์ของ Anthropic ว่าสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ “ความกลัวและการจำกัด” ต่างจาก OpenAI ที่เน้น “ข้อความเชิงบวก” และยังมีข้อได้เปรียบด้านกำลังการประมวลผล (Compute) ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

อนาคต OpenAI: จาก Consumer สู่ Enterprise 100%

ปัจจุบันรายได้จากฝั่งองค์กรของ OpenAI คิดเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมด และคาดว่าจะขึ้นมาขนานกับฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป (Consumer) ภายในสิ้นปีนี้ ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่ดุเดือดจนถูกเรียกว่า “Claude mania” ในหมู่สตาร์ทอัพ OpenAI กำลังเร่งเครื่องพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นถึงความแข็งแกร่งก่อนการทำ IPO ที่อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดภายในปีนี้

แม้ Microsoft จะยังเป็นพันธมิตรหลักที่ลงทุนไปกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่การที่ OpenAI เริ่มหันไปพึ่งพาคลาวด์เจ้าอื่นอย่าง Oracle, Google และ CoreWeave รวมถึงความเห็นล่าสุดของ Dresser เป็นสัญญาณชัดเจนว่า OpenAI พร้อมจะข้ามพรมแดนเพื่อยึดหัวหาดตลาด AI องค์กรให้ได้แบบเบ็ดเสร็จ

ที่มา cnbc

Gemini อัปเกรดล้ำ! สร้างโมลองจำลอง Interactive เปลี่ยนเรื่องยากให้เห็นภาพแบบเรียลไทม์

Scroll to Top