การ์ทเนอร์ อิงค์ เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดที่ตอกย้ำความสำคัญของ “ธรรมาภิบาล AI” (AI Governance) โดยระบุว่า องค์กรที่มีการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสที่จะได้รับ มูลค่าทางธุรกิจจากการใช้ Generative AI (GenAI) มากกว่าองค์กรที่ไม่ได้ดำเนินการถึง 3 เท่า
ผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 จากผู้ตอบแบบสอบถาม 360 รายทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่า แนวปฏิบัติที่ดีด้านธรรมาภิบาล AI ไม่ได้เป็นเพียงการลดความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสูงสุดที่องค์กรจะได้รับจากโครงการ GenAI
Kjell Carlsson รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า องค์กรที่จะบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจสูงสุดจาก GenAI คือองค์กรที่ดำเนินงานอย่างครอบคลุม ทั้งการประเมินอย่างสม่ำเสมอ การให้คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม การกำหนดนโยบายการใช้งาน AI ที่ชัดเจน การลงทุนในฟีเจอร์ธรรมาภิบาล และการขยายการใช้งาน GenAI อย่างปลอดภัย
5 แนวปฏิบัติธรรมาภิบาล AI ที่การ์ทเนอร์แนะนำเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ:
- ประเมินระบบ AI อย่างสม่ำเสมอ: ผู้บริหารควรนำกระบวนการประเมินและติดตามผลมาใช้ พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มธรรมาภิบาล AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา
- ให้คำแนะนำและฝึกอบรม AI โดยปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม: การฝึกอบรมที่ตรงจุดเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ โดยพบว่า องค์กรที่ให้คำแนะนำตามบุคลิกและบทบาทงานของผู้ใช้ มีแนวโน้มได้รับมูลค่าสูงขึ้น 2 เท่า และองค์กรที่จัดอบรมด้านจริยธรรม GenAI มีแนวโน้มได้รับมูลค่าสูงขึ้น 1.7 เท่า
- กำหนดนโยบายการใช้งาน AI ที่ชัดเจน: ผู้บริหารควรกำหนดนโยบาย AI ที่ส่งเสริมการใช้งานอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงที่สำคัญ
- ลงทุนในฟีเจอร์และผลิตภัณฑ์ธรรมาภิบาล: การสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมในความสามารถด้านธรรมาภิบาลของเครื่องมือและระบบ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในผลิตภัณฑ์ธรรมาภิบาล AI จากผู้ให้บริการภายนอก มีโอกาสได้รับมูลค่าสูงขึ้นถึง 1.9 เท่า
- ขยายการใช้งาน GenAI อย่างปลอดภัย: แม้การจำกัดการใช้งานจะเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงแรก แต่องค์กรที่สามารถขยายการใช้งานไปยังผู้ใช้กลุ่มอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย จะมีโอกาสได้รับมูลค่าสูงสุดจาก GenAI มากกว่าถึง 3.3 เท่า
การ์ทเนอร์เน้นย้ำว่า การให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติธรรมาภิบาล AI ทั้ง 5 ด้านนี้ จะช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมความเสี่ยง พร้อมทั้งปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ GenAI เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน







