ในเวที Dinner Talk ที่จัดโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้มีการเสวนาในหัวข้อ “ความท้าทายของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล” โดย สสว. ชี้ว่า “ชีววิทยาศาสตร์” หัวใจ SME ไทย! พร้อมอัดฉีดแต้มต่อจัดซื้อภาครัฐ ดันนวัตกรรมสู่ตลาดโลก ขณะที่ NIA ลุยปั้น Deep Tech Startup หวังผลักดันไทยเป็น Medical Hub ท่ามกลางโจทย์ท้าทายด้าน อย. และการสร้างตลาดในประเทศ
สสว. มอบ “แต้มต่อ” พิเศษ ชูเครื่องมือแพทย์เป็นเรือธง
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม เครื่องมือแพทย์ ที่มีผู้ประกอบการ SME ผลิตในประเทศเป็นจำนวนมาก
“เราให้ความสำคัญกับภาคเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตโดย SME ในประเทศเป็นพิเศษ” ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าว

โดย สสว. ออกมาตรการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยมอบสิทธิพิเศษตั้งแต่
แต้มต่อด้านราคา: SME ที่ลงทะเบียนจะได้รับแต้มต่อด้านราคา 10% เมื่อเทียบกับเจ้าใหญ่ และเพิ่มเป็น 15% หากสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ Made in Thailand ซึ่งช่วยให้ SME สามารถแข่งขันในตลาดจัดซื้อภาครัฐได้ง่ายขึ้น
สิทธิจัดซื้อจัดจ้างอันดับแรก: สำหรับโครงการที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ภาครัฐจะต้องจัดซื้อจัดจ้างจาก SME ก่อนเป็นลำดับแรก
สนับสนุนเงินทุน BDS: ผู้ประกอบการสามารถรับการสนับสนุนเงินทุนในรูปแบบ Co-payment (จ่ายก่อน ได้คืน) ผ่านโครงการ SME ปัง ตังค์ได้คืน (BDS) โดยได้รับเงินคืนระหว่าง 50% ถึง 80% ของค่าใช้จ่าย วงเงินสูงสุด 200,000 บาทต่อปี ซึ่งในปีนี้ได้จัดสรรงบประมาณรวม 300 ล้านบาท สำหรับสนับสนุน SME ในทุกเซกเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มชีววิทยาศาสตร์
NIA มุ่งเป้า Medical Hub และการสร้างนวัตกรรม Deep Tech
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ตอกย้ำถึงความสำคัญของกลุ่มธุรกิจ Health & Wellness โดยมุ่งเน้นการสนับสนุน Deep Tech Startup สาย Medical และ Biotechnology ที่มาจากรั้วมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย เพื่อผลักดันสู่เชิงพาณิชย์และสร้าง Impact ทางเศรษฐกิจ อย่างแท้จริง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า NIA มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ ประเทศไทยเป็น Medical Hub โดยได้ขยายเครือข่ายย่านนวัตกรรมการแพทย์ไปยังภูมิภาค เช่น ขอนแก่น Medical Innovation District (KMIT) และร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำ เช่น ศิริราชและจุฬาฯ เพื่อดึงงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์
เป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมให้มีการ ใช้งานนวัตกรรมคนไทย ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลภาครัฐ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง ความเชื่อถือ และ ตลาด ให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านการแพทย์ของคนไทย
จุดท้าทาย: กฎระเบียบ อย. และการเปิดใจรับของภาครัฐ
ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญที่ยังคงเป็น Pain Point คือ กระบวนการขึ้นทะเบียนและขออนุญาตจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลานาน ซึ่งอาจทำให้เสียเปรียบสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับความตกลงจาก FDA ของต่างชาติ
นอกจากนี้ TCELS (ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์) ได้เสริมประเด็นเรื่องมาตรฐาน

โดย ว่าที่ ร้อยเอก ดร.วฤษภิ์ อินทร์มา ผู้อํานวยการฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและการลงทุน TCELS ชี้ว่าหน่วยงานตนเองเน้นสนับสนุน SME ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว ในด้านการขยายตลาดและการยกระดับ มาตรฐานสินค้าและบริการ (ไม่ใช่ทะเบียน) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายผลสู่ระดับ TRL 7-9 (ระดับเชิงพาณิชย์) ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงาน (Connecting The Dots)
แนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนคือการเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) อย่าง อย. พิจารณามาตรการที่ช่วยให้การยื่นขอทำได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ การสร้างตลาดในประเทศ โดยให้โรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลภาครัฐมีความกล้าที่จะ เปิดใจรับ และทดลองใช้อุปกรณ์ของคนไทย เพื่อให้เกิด Snowball Effect ในการเติบโตของอุตสาหกรรม
Dinner Talk เชื่อม “คน – นโยบาย – ผู้ปฏิบัติ” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ การจัดงาน Dinner Talk ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ สร้างเครือข่าย (Networking) และ เชื่อมโยงจุด (Connecting The Dots) ระหว่างผู้ให้การสนับสนุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ประกอบการที่ปฏิบัติงานจริง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยทุกหน่วยงานเชื่อมั่นว่าการรวมพลังครั้งนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน
–‘Nvidia’ สร้างประวัติศาสตร์ เป็นบริษัทแรกของโลกที่มูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์







