True ผนึกกำลัง 5G และ AI ขับเคลื่อน ‘Mobility Data Platform’ ติดตามการอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้แบบเรียลไทม์ ชี้เป้าช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างแม่นยำ

True ผนึกกำลัง 5G และ AI ขับเคลื่อน 'Mobility Data Platform' ติดตามการอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้แบบเรียลไทม์ ชี้เป้าช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างแม่นยำ

ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยี ด้วยการนำศักยภาพเครือข่าย ทรู 5G ที่รวมเป็นหนึ่งเดียว (One Network) และเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง มาใช้ในการช่วยเหลือและจัดการวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้ยกระดับภารกิจด้วยการส่ง Mobility Data Platform จากทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เข้าสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์แบบ เรียลไทม์

การใช้ข้อมูลอัจฉริยะเพื่อการจัดการวิกฤติ

Mobility Data Platform ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนย้ายของประชากรบนเครือข่ายทรู 5G ภายใต้หลักการที่ไม่ระบุตัวบุคคลและเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ข้อมูลเชิงลึกนี้สามารถระบุรูปแบบ “การอพยพผิดปกติ” ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วมได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าวิธีการเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์ตั้งแต่ 20 พฤศจิกายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการระดมทีมสนับสนุน เช่น การตรวจพบจำนวนประชากรใน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ลดลงสูงสุดถึง 68% รองลงมาคือ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล และ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ อำเภอหาดใหญ่ ยังเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่มากที่สุดในช่วงวิกฤติ

ข้อมูลเชิงลึกสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็ว

ในช่วงสถานการณ์รุนแรงที่สุดระหว่างวันที่ 23–28 พฤศจิกายน 2568 ข้อมูลของแพลตฟอร์มเผยแนวโน้มสำคัญ อาทิ

  • ความหนาแน่นของการใช้งานเครือข่ายพุ่งสูงสุดในวันที่ 25 พฤศจิกายน
  • การเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงใน อ.หาดใหญ่-ควนโดน-นาทวี ลดลงกว่า 40–60% เทียบกับภาวะปกติ
  • จังหวัด นครศรีธรรมราช ยะลา และ ปัตตานี ถูกใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zones) ตามธรรมชาติที่รองรับประชากรจำนวนมาก
  • มีการระบุเส้นทางอพยพหลัก และการเปลี่ยนสถานะของพื้นที่จาก ‘พื้นที่ออก’ เป็น ‘พื้นที่กลับเข้าพักอาศัย’ เมื่อระดับน้ำลด

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ข้อมูลเรียลไทม์จากแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ “เห็นสิ่งที่ดวงตาอาจมองไม่เห็นได้ทันที” ทั้งความหนาแน่น การเคลื่อนตัวที่ผิดปกติ และเส้นทางการอพยพ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อหน่วยงานภาครัฐในการตัดสินใจเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่าง ตรงจุด ตรงพื้นที่ และ รวดเร็ว ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

ขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์สาธารณะ

Mobility Data Platform ไม่เพียงแต่สนับสนุนใน ระยะช่วยเหลือและกู้ภัย (Rescue Phase) เพื่อระบุพื้นที่เร่งด่วนและวางเส้นทางลำเลียงสิ่งของเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญใน ระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด (Recovery Phase) เพื่อประเมินการกลับเข้าพื้นที่ของประชาชน และสำรวจความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานประกอบการ เพื่อให้การฟื้นฟูสู่ภาวะปกติเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยืนยันความพร้อมในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการใช้ข้อมูลเชิงสถิติรวมจากแพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม สอดคล้องกับหลักการ Data Intelligence for Public Good

“ปิดดาต้า ยังโทรออกได้” ทรู แนะวิธีเซฟแบตมือถือช่วงวิกฤต ให้การติดต่อลื่นไหล ไม่มีสะดุด

Scroll to Top