วิกฤตอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านที่ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมภาคพื้นดินถูกตัดขาด กลายเป็นบทพิสูจน์การทำงานจริงของ “True SkyBridge” แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติ ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทรู ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภายหลังการต่อยอดและขยายผลจากความสำเร็จของโครงการ “ปัวโมเดล” เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สู่การปฏิบัติภารกิจรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติจริงอย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวเป็นศูนย์กลางการบัญชาการ
การปฏิบัติการครั้งนี้แก้โจทย์ความท้าทายในภาวะฉุกเฉินด้วยการรวม 3 ฟังก์ชันสำคัญไว้บนระบบเดียว ผ่านแนวคิด Multi-Drone • Multi-Purpose • One Platform ซึ่งเป็นระบบ Open Platform ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์หรือประเภทของอากาศยาน ช่วยให้สามารถบริหารฝูงโดรนหลากหลายรูปแบบ เส้นทางบิน และทีมทำงานหลายฝ่ายพร้อมกันได้อย่างแม่นยำ
ศักยภาพหลักของ True SkyBridge ประกอบด้วย 3 ด้านสำคัญ:
- Air Logistics (Deliver): ลำเลียงยา เวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยที่ยานพาหนะภาคพื้นดินไม่สามารถเข้าถึงได้
- 3D Aerial Intelligence (Survey): ทำหน้าที่เป็น “ดวงตาบนท้องฟ้า” สำรวจพื้นที่และสร้างแผนที่สามมิติ (3D Mapping) เพื่อประเมินความเสียหายและจุดเสี่ยง ช่วยลดอันตรายของเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่จริง พร้อมส่งข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ
- Emergency Command Center: ศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสถานะอากาศยาน เส้นทางการบิน ลำดับเที่ยวบิน และสิ่งของที่ขนส่ง ทำให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์มองเห็นภาพรวมการปฏิบัติการแบบ Real-time จากจุดเดียว
พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า แพลตฟอร์มนี้แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าเทคโนโลยีสามารถเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว โดยความร่วมมือที่เริ่มต้นจากปัวโมเดลได้พิสูจน์ผลลัพธ์จริงในวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ และการได้รับมอบระบบจะช่วยเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่อื่นๆ เมื่อเกิดภัยพิบัติในอนาคต
เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมว่า ในภาวะฉุกเฉินไม่ได้ต้องการเพียงแค่โดรนที่บินได้ แต่ต้องการแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงผู้ปฏิบัติการทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน นวัตกรรมจะมีคุณค่าสูงสุดเมื่อแก้ปัญหาจริงให้ประชาชนได้ในเวลาที่ต้องการ
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจบรรเทาภัยน้ำท่วมน่าน ทรูได้ส่งมอบ “True SkyBridge Emergency Command Center” ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปเชื่อมต่อและต่อยอดกับโครงข่ายโรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ ยกระดับจากนวัตกรรมการทดลองสู่โครงสร้างพื้นฐานด้าน Medical Logistics และ Aerial Intelligence เพื่อรองรับภารกิจฉุกเฉินของประเทศอย่างยั่งยืน
–เปิดตัว TH-AI Passport อย่างเป็นทางการ ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 1.3 ล้านคน มุ่งเป้า 5 ล้านคน







