ต้องยอมรับว่า การเปิดตัว iPhone Air รุ่นแรกของ Apple ที่หนาเพียง 5.6 มิลลิเมตร ถือเป็นการสร้างกระแสของ “สมาร์ทโฟนบางเบา” อีกครั้ง
จนล่าสุดมีหลายแบรนด์ลงสนามมาแข่ง ทั้งเตรียมจะเปิดตัวบ้าง ไม่เปิดตัวบ้าง มาดูกันว่ามีใครกันบ้าง
Moto X70 Air Pro
เริ่มที่ แบรนด์ที่คนไทย อาจจะไม่ได้ใช้กันก่อนกับ Motorola X70 Air Pro
ตัวนี้ผ่านการรับรองจากหน่วยงาน TENAA ในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าวางขายแน่นอน
Motorola X70 Air Pro ตัวนี้ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะหนา 7 มิลลิเมตร ซึ่งก็ถือว่าหนากว่า iPhone Air (5.6 มิลลิเมตร) รุ่นแรกค่อนข้างมาก แต่ก็เข้าใจได้ว่า มันบางกว่านี้ได้ยาก เพราะเล่นใส่มาทั้ง Snapdragon 8 Gen 5 ที่ก็น่าจะทำให้เครื่องร้อนอยู่ในระดับนึง หากระบายความร้อนได้ไม่ดี
ที่น่าสนใจคือ จะใส่กล้องหลังมา 3 ตัว ความละเอียด 50MP เท่ากันทั้งหมด และคาดว่าจะมีตัวนึงเป็น Periscope Telephoto ด้วย
ส่วนกล้องหน้าก็ใส่มา 50MP เช่นกัน แต่ตรงนี้ส่วนตัวผมมองว่า แบรนด์อื่นยังตามหลัง Apple ถึงแม้จะใส่พิกเซลมามากก็ตาม เพราะ iPhone Air มันเป็นแบบ Center Stage คือถือกล้องแนวตั้งแต่ถ่ายรูปแนวนอนได้
ส่วนหน้าจอ เจ้าตัวนี้ให้มาที่ 6.78 นิ้ว ใหญ่กว่า iPhone Air ที่ให้มา 6.5 นิ้ว เล็กน้อย
และสุดท้าย น้ำหนัก Motorola X70 Air Pro อยู่ที่ 187 กรัม หนักกว่า iPhone Air (165 กรัม) อยู่ 22 กรัม
แต่โดยส่วนตัวผมมองว่า Motorola X70 Air Pro ทำน้ำหนักออกมาได้ดีครับ เพราะต้องอย่าลืมว่า เขาใส่กล้องหลักมา 3 ตัว ตัวเครื่องหนากว่า แถมใส่แบตฯ มา 5100 mAh ด้วยครับ
HONOR Magic8 Pro Air
รุ่นต่อมา ขยับมาที่แบรนด์ HONOR กับชื่อรุ่น HONOR Magic8 Pro Air ตัวนี้คาดว่าจะเปิดตัวในจีนช่วง สิ้นเดือน ม.ค. นี้
จุดเด่นของเจ้า HONOR Magic8 Pro Air ที่เขาเคลมมาแต่ไกลเลยว่า เบากว่า iPhone Air
โดยมีรูปตาชั่งวางเทียบทั้ง 2 เครื่องออกมาชัดเจน ซึ่งน้ำหนักของ HONOR Magic8 Pro Air อยู่ที่ 155 กรัม เบากว่า iPhone Air ที่ 10 กรัม
แต่ด้านความบางก็ยังสู้ไม่ได้ครับ เพราะฝั่ง HONOR ตัวเครื่องจะหนาประมาณ 6.1 มม. หนากว่าฝั่ง iPhone Air อยู่ที่ 0.5 มิล แต่ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าฝั่ง Motorola ที่หนา 7 มิลลิเมตร
เช่นเดียวกัน การที่ทำเครื่องให้บางเบากว่านี้ไม่ได้ เพราะ HONOR ก็ยัดกล้องหลังมา 3 ตัว เช่นเดียวกับ Motorola
- โดยกล้องหลักให้มา 50MP
- Periscope Telephoto 64MP ระยะ 74mm ซูม Digital 100 เท่า
- Ultrawide 50MP
สำหรับสเปคอื่นๆ หน้าจอ AMOLED 6.3 นิ้ว เล็กกว่า iPhone Air 0.2 นิ้ว ตรงนี้ก็ทำให้ฝั่ง HONOR ลดน้ำหนักไปได้ระดับนึงเลย
ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 แบตเตอรี่ Silicon-Carbon 5500mAh ชาร์จไว 80W
ก็คงต้องมาลุ้นว่า เปิดตัวในจีนปลายเดือนนี้ แล้วจะเข้าไทยช่วงเดือนกุมภาพันธ์พร้อมๆ กับ HONOR Magic8 Pro ด้วยเลยมั้ย
Xiaomi 17 Air
มีคนอื่น ไม่มีเขาได้ไง Xiaomi 17 Air
เป็นรุ่นเดียวที่เปิดตัวเครื่องต้นแบบ (Prototype) มาและทำได้บางกว่า iPhone Air 0.1 มิลลิเมตร
- Xiaomi 17 Air หนา 5.5 มิลลิเมตร
- iPhone Air หนา 5.6 มิลลิเมตร
หน้าจอ Xiaomi 17 Air จะอยู่ที่ 6.59 นิ้ว ใหญ่กว่า iPhone Air (6.5 นิ้ว) ที่ 0.09 นิ้ว
ส่วนเรื่องสเปค ข้อมูลที่หลุดมาก็โหดเช่นกัน ทั้ง ชิปเซ็ต: Snapdragon 8 Elite Gen 5 กล้องหลัก: ความละเอียดสูงถึง 200MP และ แบตเตอรี่: ความจุต่ำกว่า 6000mAh (เพื่อให้สอดคล้องกับความบางของตัวเครื่อง)
ส่วนเรื่องน้ำหนักยังไม่มีข้อมูลหลุดออกมาครับ
อย่างไรก็ตาม Xiaomi 17 Air น่าจะเป็นรุ่นเดียวที่มีข่าว แต่คงไม่ได้ใช้กัน เพราะทาง Xiaomi ยุติโปรเจกต์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็มีคาดว่าที่ยังไม่พัฒนาต่อ เพราะเห็นยอดขายของ iPhone Air ไม่เข้าเป้านั่นเอง
iPhone Air 2
สุดท้าย จะเป็นใครไม่ได้ นอกจากภาคต่อของ iPhone Air นั่นก็คือ iPhone Air 2
ข้อมูลล่าสุดที่เจอ คือ คาดว่า iPhone Air 2 จะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 นี้ ซึ่งก็น่าจะเปิดตัวพร้อม iPhone 18 ในรอบปกติช่วงเดือนกันยายน
โดยรุ่นที่ 2 นี้จะแก้ปัญหาหลักๆ ที่คนไม่ค่อยสนใจซื้อรุ่นแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กล้อง ที่มาตัวเดียว และแบตฯ ที่ให้มาน้อยจนน้ำตาไหล ต้องพกแบตฯสำรอง ทำให้ต้องแบกหนักกว่าเดิมอีก
รวมถึงราคาที่ ถ้าไม่ใช่ สาวก ก็คงปิดจอหนีไม่ดูต่อกันแล้ว
สำหรับในรอบนี้ iPhone Air 2 มีการคาดการณ์ว่า จะมาพร้อม กล้องหลังคู่ แล้ว โดยตัวที่ 2 น่าจะเป็น Ultrawide
ส่วนแบตฯ ก็คาดว่าจะใส่มาให้มากกว่าเดิม และมาพร้อมกับ ระบบระบายความร้อน ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน
สุดท้าย คือ อาจจะมีการปรับราคาใหม่ ให้แข่งขันกับคู่แข่งที่ทยอยออกมือถือบางเบาได้อีกด้วย







