ในรอบหลายปีที่ผ่านมา คำเปรียบเทียบที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนไทยไม่น้อย คือการถูกมองว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” (Thailand: The Sick Man of Asia) คำนี้ไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้างลอยๆ แต่สะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่โตต่ำกว่า 2% มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางวิกฤตเชิงโครงสร้างที่รุมเร้า ทั้งสังคมสูงวัย คุณภาพแรงงาน และความเชื่อมั่นที่ถดถอย
ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง จาก TDRI ได้วิเคราะห์ถึงต้นตอของอาการป่วยและ “ยาสูตรแรง” ที่รัฐบาลใหม่ต้องกล้าตัดสินใจ หากไม่ต้องการให้คนไข้รายนี้อาการหนักจนเกินเยียวยา
ทำไมไทยถึงป่วย? เมื่อเครื่องยนต์เดิมเริ่มหมดไฟ
ดร.สมชัย ระบุว่าอาการป่วยของไทยเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน:
- ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้: จำนวนประชากรที่ลดลงต่อเนื่องมาประมาณ 6 ปี ส่งผลให้แรงงานน้อยลงและ GDP ลดต่ำลงโดยอัตโนมัติ
- ปัญหาเชิงโครงสร้าง: คุณภาพของคนที่ไม่เพียงพอ การกระจายความเจริญที่ไม่ทั่วถึง และนวัตกรรมที่ขาดหายไป
- วิกฤตศรัทธา: ปัญหาคอร์รัปชันและทุนเทาที่ฝังรากลึก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
เมื่อพิจารณาเครื่องยนต์เศรษฐกิจอื่นๆ จะพบว่าฝากความหวังได้ยากขึ้น:
- การส่งออก: เผชิญภาวะสงครามการค้าและกำแพงภาษีที่รุนแรง
- การท่องเที่ยว: แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมา แต่รายได้ต่อหัวกลับลดลงอย่างน่าตกใจ
- การบริโภคในประเทศ: ติดหล่ม “หนี้ครัวเรือน” ระดับสูง ทำให้ประชาชนไม่กล้าจับจ่าย
“การลงทุนภาคเอกชน” พระเอกคนสุดท้าย
ในเมื่อเครื่องยนต์อื่นขัดข้อง ดร.สมชัย ชี้ว่า “การลงทุนภาคเอกชน” คือกุญแจสำคัญเพียงดอกเดียวที่เหลืออยู่ โดยรัฐบาลใหม่ต้องเร่งสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการลงทุนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน:
1. ปราบ “ทุนเทา-สแกมเมอร์” เรียกคืนความเชื่อมั่นตลาดทุน
ดร.สมชัย เน้นย้ำเรื่องความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยที่ซบเซามานับสิบปี ปัญหาเรื่องการโกง การปั่นหุ้น และการที่กำกับดูแลไม่สามารถเอาผิดใครได้จริง สร้างความหวาดระแวงให้นักลงทุน รัฐบาลใหม่ต้องทำลายระบบทุนเทาและสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีธรรมาภิบาลที่ไว้วางใจได้
2. ปฏิวัติทักษะแรงงาน (The Great Upskill)
โจทย์ใหญ่ที่นักลงทุนบ่นมาตลอดคือ “ไทยหาแรงงานมีฝีมือยาก” ดร.สมชัยเสนอให้รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณด้านการฝึกอบรมเพิ่มขึ้น 5-10 เท่า หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อฝึกทักษะใหม่ให้กับคน 5 ล้านคน (เฉลี่ย 10,000 บาทต่อหัว) โดยต้องเป็นการฝึกที่ตอบโจทย์ตลาดจริง ไม่ใช่ทำแบบระบบราชการเดิมๆ หากทำได้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ถึง 10% และดัน GDP ให้พ้นหลัก 2% ได้
3. ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ และเสถียรภาพ 4 ปีเต็ม
ทีมบริหารเศรษฐกิจควรเป็นคนที่มีฝีมือและทำงานต่อเนื่อง ดร.สมชัย เสนอให้คงทีมเดิมที่มีผลงาน และให้พื้นที่พวกเขาทำงานเต็มที่ 4 ปี โดยไม่ควรถูกแทรกแซงด้วยระบบ “โควตาทางการเมือง” หรือการเปลี่ยนตัวเพื่อปูนบำเหน็จให้กลุ่มการเมือง ซึ่งจะทำให้นโยบายขาดความต่อเนื่อง
บทสรุป: จาก ICU สู่การฟื้นตัว
ดร.สมชัย เชื่อว่าหากรัฐบาลใหม่กล้าใช้ “ยาแรง” และทำตามแผนงานอย่างมุ่งมั่นภายใน 6-12 เดือนแรก แม้ปีนี้ไทยจะยังนอนป่วยอยู่บนเตียง แต่ “สัญญาณชีพ” (Vital Signs) จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อก้าวเข้าสู่ปีหน้า ประเทศไทยมีโอกาสสูงมากที่จะออกจากห้อง ICU กลับมาเป็นเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและก้าวขึ้นมาติดอันดับ 2 หรือ 3 ของภูมิภาคได้อีกครั้ง
ชมคลิปรายการแบบเต็ม คลิกที่นี่







