ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เผยความสำเร็จซีรีส์ ‘เป๊ปซี่ ทรีทส์’ รสชาติใหม่กลิ่นช็อกโกแลตดูไบ สร้างปรากฏการณ์ Social Voice ทะลุ 6.1 ล้านวิว ชูกลยุทธ์จับเทรนด์โลกมาใส่ขวด ในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมเจาะกลุ่ม Gen Z ที่มองหาโมเมนต์การพักผ่อนระหว่างวัน
นายยุทธนา จิตจรุงพร รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองหาเครื่องดื่มเพียงเพื่อดับกระหาย แต่ต้องการรสชาติที่ช่วยเติมเต็มความสุข (Treat) ในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างวัน เป๊ปซี่ จึงพัฒนาซีรีส์ “เป๊ปซี่ ทรีทส์” (Pepsi Treats) เพื่อตอบโจทย์โมเมนต์การพักเบรก ไม่ว่าจะเป็นช่วงบ่ายของการทำงาน หรือหลังเลิกเรียน

พลังแห่งไวรัล: 6.1 ล้านวิวบนโซเชียล
ข้อมูลจาก Social Voice Tracking (ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2567*) พบว่า “เป๊ปซี่ ทรีทส์ กลิ่นช็อกโกแลตดูไบ” กลายเป็นบทสนทนาหลักบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ TikTok ที่มียอดเข้าชมรวมกว่า 6.1 ล้านวิว โดยกระแสไม่ได้มาจากการโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “User Generated Content” หรือการที่ผู้บริโภคซื้อจริง รีวิวจริง จนเกิดการถกเถียงเรื่องรสชาติอย่างกว้างขวาง
นายยุทธนา วิเคราะห์ว่า ความน่าสนใจอยู่ที่ความคิดเห็นที่หลากหลาย ทั้งคนที่ชื่นชอบกลิ่นพิสตาชิโอที่หอมละมุน และคนที่ตั้งคำถามถึงกลิ่นช็อกโกแลต ความสงสัยเหล่านี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ “ทดลองซื้อ” เพราะผู้บริโภคยุคนี้ต้องการมีคำตอบเป็นของตัวเอง และอยากแชร์ประสบการณ์บนพื้นที่โซเชียล
3 หัวใจหลักสู่ความสำเร็จ
กลยุทธ์ที่ทำให้ เป๊ปซี่ ทรีทส์ กลิ่นช็อกโกแลตดูไบ ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย:
- Right Timing: การจับกระแส “ช็อกโกแลตดูไบ” ในจังหวะที่ความสนใจของผู้บริโภคยังพุ่งสูง
- Accessibility: เปลี่ยนประสบการณ์พรีเมียมที่หาทานยาก ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่หาซื้อได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ และเป็นสูตรไม่มีน้ำตาล
- Shareability: การออกแบบบรรจุภัณฑ์และชื่อรสชาติที่ชวนให้ถ่ายรูปแชร์ต่อ
จาก ‘สตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม’ สู่ซีรีส์ขนมหวานในขวดเป๊ปซี่
ความสำเร็จครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากรสชาติก่อนหน้าอย่าง กลิ่นสตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ “เป๊ปซี่ ทรีทส์” ในฐานะเครื่องดื่มที่นำแรงบันดาลใจจากของหวานยอดนิยมมาตีความใหม่
กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่ชนะคือแบรนด์ที่สามารถเปลี่ยน “กระแสบนฟีด” ให้กลายเป็น “สินค้าบนชั้นวาง” ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นบทสนทนาร่วมกันของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในที่สุด







