ข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการ เซมิคอนดักเตอร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อมีรายงานว่า Nvidia ได้เข้าซื้อหุ้นของ Intel เป็นจำนวนเงินมหาศาลกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1 แสน 6 หมื่นล้านบาท ในราคา 23.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ทำให้ Nvidia กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Intel โดยถือครองหุ้นประมาณ 4%
หลังจากการประกาศข่าวนี้ ราคาหุ้นของ Intel พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว (สูงถึงกว่า 20-25%) สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอนาคตของ Intel ที่ได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง Nvidia เข้ามาช่วย ขณะที่หุ้นของ Nvidia ก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ไม่ใช่การเข้าซื้อกิจการ
แม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่ใหญ่ แต่ไม่ใช่การที่ Nvidia เข้าซื้อกิจการ Intel ทั้งหมด โดยข้อตกลงนี้เป็นการสร้าง “Strategic Partner” เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์
เป้าหมายหลัก
ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนาชิป AI สำหรับ Data Center และ Personal Computer โดย:
- Nvidia จะนำเทคโนโลยี AI และการประมวลผลแบบเร่ง (accelerated computing) มารวมเข้ากับ CPU ของ Intel
- Intel จะใช้เทคโนโลยี GPU ของ Nvidia ในชิปสำหรับ PC รุ่นใหม่ รวมถึงผลิตชิป custom-made สำหรับระบบ AI ของ Nvidia
ผลกระทบต่อวงการ
การจับมือกันของสองยักษ์ใหญ่แห่งซิลิคอนวัลเลย์นี้ มีนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่สำหรับคู่แข่งอย่าง TSMC จากไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหลักให้กับ Nvidia อยู่ในปัจจุบัน และอาจรวมถึง AMD คู่แข่งสำคัญของ Intel ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการที่ Nvidia เข้ามาหนุนหลัง Intel อย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม บางฝ่ายก็มองว่าการที่ Intel กลับมาแข็งแกร่งจะเป็นผลดีต่อ TSMC ในระยะยาว เพราะจะช่วยลดแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการให้มีการผลิตชิปภายในประเทศมากขึ้นเพื่อความมั่นคงนั่นเอง
สรุป
สรุปแล้ว การลงทุนของ Nvidia ใน Intel ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนธรรมดา แต่เป็นการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ที่อาจพลิกโฉมภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมชิปโลกเลยก็ว่าได้
จากนี้ไปเราคงต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดว่าการจับมือกันของสองยักษ์ใหญ่จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งรายอื่นอย่างไรบ้างครับ
ที่มา reuters







