Cadence เปิดตัว ‘AuraStack AI Super Agent’ พลิกโฉมการออกแบบ PCB และ Advanced Packaging ครั้งแรกของโลกด้วย Agentic AI

Cadence เปิดตัว ‘AuraStack AI Super Agent’ พลิกโฉมการออกแบบ PCB และ Advanced Packaging ครั้งแรกของโลกด้วย Agentic AI

Cadence Design Systems ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ประมวลผลเชิงคำนวณและปัญญาประดิษฐ์ ประกาศเปิดตัว AuraStack™ AI Super Agent บนแพลตฟอร์ม Cadence® Allegro® AI Studio ซึ่งนับเป็นแพลตฟอร์ม Agentic AI แห่งแรกของโลกสำหรับการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง (Advanced Packaging) โดยยกระดับการทำงานตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ไปจนถึงการผลิตจริงให้อยู่ในสภาพแวดล้อม AI-native เดียวกันทั้งหมด

AuraStack ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง NVIDIA Blackwell และ NVIDIA CUDA-X ทำหน้าที่ประสานการทำงานของ AI Agent ในแต่ละโดเมนเฉพาะทาง ทั้งการวางแผน การออกแบบโครงสร้างจริง และการวิเคราะห์กายภาพเชิงซ้อน (Multiphysics) แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ Cadence กลายเป็นผู้ให้บริการรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มีโซลูชัน Agentic AI ครอบคลุมการออกแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับชิปซิลิกอน (ChipStack™, InnoStack™, ViraStack™) ไปจนถึง PCB

ตอบโจทย์ความซับซ้อน โครงสร้างพื้นฐาน AI แห่งอนาคต

ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) รองประธานองค์กรฝ่าย R&D ด้าน System Design and Analysis ของ Cadence ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Data Center, ยานยนต์อัจฉริยะ หรือระบบการบิน ไม่ได้วัดกันที่ขีดความสามารถของชิปเพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดด้วยระบบการจ่ายพลังงานและการระบายความร้อน ดังนั้น เมื่อระบบซับซ้อนขึ้น วิศวกรจึงต้องการเครื่องมือที่ก้าวข้ามการแก้ไขงานด้วยมือ (Manual Iteration) ไปสู่การออกแบบอัตโนมัติที่แม่นยำด้วย Agentic AI เพื่อลดการลองผิดลองถูกแบบดั้งเดิม

เจาะลึกจุดเด่น และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

AuraStack ผสาน Agentic AI เข้ากับเครื่องมือจำลองและการปรับสภาวะที่เหมาะสม ผ่านแบบจำลองความตั้งใจ (Mental Model) ช่วยบริหารจัดการกระบวนการออกแบบและผลิต ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานประกอบด้วย:

  • เร่งความเร็วสู่ตลาด 2 เท่า: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด 15 เท่า และวิเคราะห์ข้อแลกเปลี่ยนทางวิศวกรรมได้เร็วขึ้น
  • ผสานการทำงาน Multiphysics แบบเรียลไทม์: สร้างจำลองและปรับแต่งพฤติกรรมไฟฟ้า ความร้อน และทางกล (การสั่นสะเทือน การตกกระแทก ความเค้น) ไปพร้อมกันในสภาพแวดล้อม Closed-Loop รวมซอฟต์แวร์จำลองชั้นนำอย่าง Celsius™, Clarity™ 3D, MSC Nastran™ และ Sigrity™ X ไว้ในที่เดียว
  • ลดต้นทุนการแก้ไขงาน: ตรวจพบปัญหาตั้งแต่ระยะแรกของการพัฒนา ป้องกันการแก้ไขแผงวงจรใหม่ที่มีราคาแพง
  • สร้าง Single Source of Truth: รวมทีมวิศวกรต่างแผนกให้ทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกันตลอดกระบวนการพัฒนา

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกร่วมการันตีประสิทธิภาพ

ยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีต่างนำ AuraStack ไปประยุกต์ใช้ในเวิร์กโฟลว์จริง และสะท้อนถึงศักยภาพที่ก้าวกระโดด:

  • NVIDIA: ทิม คอสตา (Tim Costa) VP & GM ฝ่าย Computational Engineering เปิดเผยว่า การทำงานร่วมกับ Cadence ผ่าน AuraStack และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Millennium M2000 ช่วยส่งมอบประสิทธิภาพทาง Multiphysics เร็วขึ้นสูงสุดถึง 20 เท่า
  • TSMC: อวิก ซาร์คาร์ (Aveek Sarkar) ผู้อำนวยการฝ่าย Ecosystem & Alliance Management ระบุว่า ระบบเดินสายอัตโนมัติ (Substrate Auto Routing) ช่วยให้ลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 100 เท่า โดยได้คุณภาพใกล้เคียงกับการลากสายด้วยมือ
  • FORVIA HELLA: สเวน เฮอเนคเกอ (Sven Hoenecke) ประธานและซีอีโอ Electronics NSA ให้ข้อมูลว่า การใช้ AI ช่วยวางตำแหน่งอุปกรณ์ 300 ชิ้น ลดเวลาการทำงานจาก 4 วัน เหลือเพียง 4 นาที เท่านั้น
  • Socionext & Schneider Electric: ร่วมยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยเปลี่ยนงานซ้ำซ้อนให้เป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยให้วิศวกรดึงองค์ความรู้องค์กรมาใช้ และมีเวลาโฟกัสกับการแก้ปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมที่มีมูลค่าสูงกว่า

ทั้งนี้ Cadence AuraStack AI Super Agent มีกำหนดเปิดตัวให้ใช้งานอย่างเป็นทางการภายในปี 2026

จีนเปิดตัว กลุ่มดาวเทียมตาวิเศษ 120 ดวง ตรวจจับ “ขยะอวกาศ” ตลอด 24 ชั่วโมง

Scroll to Top