รายงานข่าว CNBC ระบุว่า ราคาหุ้นของบริษัท Nvidia ได้พุ่งขึ้นกว่า 4% ในการซื้อขายในวันนี้ (29 ตุลาคม) ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่มีมูลค่าตลาด (Market Value) ทะลุเกณฑ์ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ซึ่งความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากผู้พัฒนาหน่วยประมวลผลสำหรับวิดีโอเกม สู่การเป็นผู้เล่นหลักที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้นของ Nvidia ปรับตัวขึ้นมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยการขยับขึ้นล่าสุดเกิดขึ้นภายหลังการประกาศสำคัญหลายประการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวของ Jensen Huang ซีอีโอ ที่คาดการณ์ว่าบริษัทจะได้รับคำสั่งซื้อชิป AI มูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศแผนการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ใหม่ 7 เครื่องสำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงการเข้าถือหุ้นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ใน Nokia เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเซลลูลาร์ยุคหน้า 6G
ความสำเร็จของ Nvidia สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเทรด AI โดยมีหุ้นของ Apple และ Microsoft ที่ต่างก็มีมูลค่าตลาดเกินกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับภาวะ ‘ฟองสบู่’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้นำไปสู่ข้อตกลงและมูลค่ากิจการที่สูงเป็นประวัติการณ์
ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินสำคัญอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ได้ออกมาเตือนว่า ตลาดหุ้นโลกอาจเผชิญปัญหา หากความต้องการลงทุนใน AI ลดลง
อย่างไรก็ดี Cathie Wood ซีอีโอของ Ark Invest ได้แสดงความเห็นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า แม้จะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการ “ตรวจสอบความเป็นจริง” (reality check) ในระยะสั้นเกี่ยวกับมูลค่า AI แต่เธอกลับมองว่า หากความคาดหวังต่อ AI ถูกต้อง เรากำลังยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ







