โรงพยาบาลวิมุต เผย “มดลูกหย่อน” คือภัยเงียบที่ผู้หญิงหลายคนมองข้าม ชี้อาการ “ปัสสาวะเล็ด” หรือปวดหน่วงท้องน้อยอาจไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนระยะแรก พร้อมแนะพฤติกรรมเสี่ยงที่ควรเลี่ยงก่อนลุกลามจนต้องผ่าตัด
นพ.คมกฤช เอี่ยมจิรกุล สูตินรีแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม โรงพยาบาลวิมุต ระบุว่าภาวะมดลูกหย่อน (Pelvic Organ Prolapse) คือการที่มดลูกหรือผนังช่องคลอดเคลื่อนต่ำลงมาจนอาจโผล่พ้นปากช่องคลอด โดยความรุนแรงแบ่งเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวันและการขับถ่าย
เช็กสัญญาณเตือนและระดับความรุนแรง
- ระดับ 1: ยังไม่มีก้อนโผล่พ้นช่องคลอด มักไม่มีอาการชัดเจน
- ระดับ 2: เริ่มคลำเจอก้อนบริเวณปากช่องคลอด มีความรู้สึกรำคาญ
- ระดับ 3-4: ก้อนยื่นออกมาด้านนอกชัดเจน รบกวนการใช้ชีวิต การปัสสาวะ และกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์
ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหน่วงบริเวณช่องคลอด ปวดหลังส่วนล่าง และมีอาการ “ปัสสาวะเล็ด” ร่วมด้วย เนื่องจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรงจนไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีเหมือนเดิม
พฤติกรรมเสี่ยง “มดลูกหย่อน” ที่คาดไม่ถึง
นอกเหนือจากปัจจัยด้านอายุและการคลอดบุตรแล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เพิ่มความดันในช่องท้องล้วนเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ได้แก่:
- การยกของหนักเป็นประจำ
- อาการท้องผูกเรื้อรังที่ต้องใช้แรงเบ่งมาก
- ภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
- การไอเรื้อรังจากโรคภูมิแพ้หรือสูบบุหรี่
ทั้งนี้ นพ.คมกฤช ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ความเชื่อเรื่องการยืนปัสสาวะทำให้มดลูกหย่อนเร็วขึ้นนั้น ไม่เป็นความจริง แต่อาการที่รู้สึกเหมือนมีก้อนยื่นออกมาขณะยืนเป็นเพียงผลจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งมักจะยุบกลับไปเองเมื่อนอนราบ
แนวทางการรักษา: ตรวจพบเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด
การวินิจฉัยจะเน้นการตรวจภายในเพื่อแยกแยะระหว่างมดลูกหย่อนกับเนื้องอก หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น:
- การใช้อุปกรณ์พยุงในช่องคลอด (Pessary): เพื่อช่วยพยุงอวัยวะภายใน
- การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน: ด้วยการขมิบสั้นๆ รอบละ 5-10 นาที วันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
หากมีอาการรุนแรง แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดตามความเหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าการรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่วันที่เริ่มมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้ผู้หญิงกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์ สามารถนัดหมายได้ที่ ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต หรือผ่าน ViMUT Application เพื่อใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine)
–ลูกไอนานอย่าชะล่าใจ! แพทย์ รพ.วิมุต เตือน “ไอเรื้อรัง” สัญญาณอันตราย “โรคปอด” ในเด็ก







