พรีวิว HONOR 600 Pro และ HONOR 600 ก่อนเปิดตัววันที่ 20 พ.ค. นี้

พรีวิว HONOR 600 Pro และ HONOR 600 ก่อนเปิดตัววันที่ 20 พ.ค. นี้

หลังจากได้สัมผัสเครื่องจริง HONOR 600 และ HONOR 600 Pro สมาร์ทโฟนซีรีส์ล่าสุดที่หลายคนรอคอย สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการอัปเกรดแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักและความสามารถด้าน AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนให้สนุกยิ่งขึ้น

สัมผัสแรกของ HONOR 600 รุ่นมาตรฐานคือความเบาที่น่าประทับใจมาก มอบความรู้สึกคล่องตัวเวลาถือใช้งาน แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ ส่วนรุ่น HONOR 600 Pro จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อรองรับฮาร์ดแวร์กล้องที่ทรงพลังกว่า แต่ยังคงความพรีเมียมและจับถนัดมือทั้งสองรุ่น

กล้อง Portrait ระดับโปร สีตรงตาเห็น

HONOR 600 Pro มาพร้อมระบบกล้อง 3 ตัวที่รองรับการใช้งานทุกระยะ ตั้งแต่ Ultra-wide 0.6x จนถึงระยะซูมสูงสุด 7x (Hybrid) โดยเฉพาะโหมด Portrait ที่ปรับแต่งมาให้เลือกใช้ได้หลายระยะ (1x, 1.5x, 2x, 3.5x และ 7x) จุดเด่นที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากคือการประมวลผลสีสันให้ “ตรงกับที่ตาเห็นมากที่สุด” มอบภาพถ่ายที่ดูเป็นธรรมชาติและสมจริง

ขณะที่ HONOR 600 รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกล้อง 2 ตัว รองรับการซูมในระยะ 1x ถึง 4x และมีโหมด Portrait 3 ระยะหลัก ซึ่งเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วไปให้สวยงามอย่างง่ายดาย

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งสองรุ่นอัปเกรดมาเพื่อความลื่นไหล:

  • HONOR 600 Pro: ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite
  • HONOR 600: เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4

ทั้งคู่มาพร้อม RAM 12GB และเทคโนโลยี RAM Turbo ที่สามารถขยายเพิ่มได้อีก 12GB (รวมเป็น 24GB) ช่วยให้การสลับแอปพลิเคชันรวดเร็วไม่มีสะดุด ส่วนแบตเตอรี่ให้มาเท่ากันที่ 7000 mAh มั่นใจได้ว่าใช้งานยาวนานตลอดวัน

นอกจากสเปกเครื่องแล้ว ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ฟีเจอร์ AI “Image to Video” ซึ่งเป็นจุดขายหลักของซีรีส์นี้ ผู้ใช้งานสามารถนำรูปถ่ายหรือแม้กระทั่งลายเส้นภาพวาดมาให้ AI ช่วยประมวลผลและ Generate ออกมาเป็นวิดีโอได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์การสร้างสรรค์คอนเทนต์ยุคใหม่

HONOR 600 Series ทั้งรุ่นมาตรฐาน, รุ่น Pro และรุ่นน้องเล็กอย่าง Lite เตรียมจะเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการและเปิดให้สั่งจอง (Pre-order) พร้อมโปรโมชันพิเศษภายในสัปดาห์หน้า (20 พ.ค.) สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือสายกล้อง AI ที่ให้สีตรงและสเปกแรงไม่ผิดหวังแน่นอน

HUAWEI Watch Fit 4 ยังน่าใช้อยู่มั้ย ในวันที่ Watch Fit 5 มาแล้ว

Scroll to Top