เดือดระลอกใหม่! ราคาน้ำมันพุ่งเฉียด 2% หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน หวั่นกระทบเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

เดือดระลอกใหม่! ราคาน้ำมันพุ่งเฉียด 2% หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน หวั่นกระทบเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะยานขึ้นทันทีในวันพฤหัสบดี หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านครั้งใหม่ ส่งผลให้ตลาดกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่การขนส่งสินค้าและการเดินเรือพาณิชย์ผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญอาจหยุดชะงัก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากล ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.81% แตะระดับ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) พุ่งขึ้น 1.86% ไปอยู่ที่ 90.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองกำลังอเมริกันได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งในอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อทหารสหรัฐฯ และการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ สามารถสกัดและยิงโดรนของอิหร่านตกได้หลายลำ

การเผชิญหน้าครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นสวนทางกับมุมมองของตลาดก่อนหน้านี้ โดยธนาคาร Citi ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดน้ำมันเริ่มส่งสัญญาณทรงตัวเนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การหยุดชะงักของอุปทานที่เลวร้ายที่สุด หลังจากมีสัญญาณว่ารัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานกำลังขยับเข้าใกล้ข้อตกลงร่วมกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Citi เตือนว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงเวลาในการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวยังคงทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยผู้กำหนดนโยบายกำลังพิจารณามาตรการทางการเงินที่เข้มงวดเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ถูกขับเคลื่อนโดยราคาพลังงาน

นอกจากนี้ ธนาคาร Citi ยังชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนานของราคาน้ำมันดิบ กำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาวะเงินเฟ้อในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านผลกระทบรอบที่สอง (Second-round effects) ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางบางแห่งมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น (Hawkish) เพื่อควบคุมสถานการณ์

ที่มา cnbc

การ์ทเนอร์ ชี้ เลิกจ้างพนักงานเซฟงบฯ แต่ไม่ช่วยเพิ่ม ROI แนะหนุนศักยภาพมนุษย์คุม AI ระยะยาวยังสร้างงานใหม่

Scroll to Top