บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวและงานเสวนาครั้งสำคัญในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยผนึกกำลังร่วมกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข, สมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทย (TMWTA) และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ชั้นนำ ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางสุขภาพระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน” (Premium & Sustainable Global Health Hub) มุ่งเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์ประเทศสู่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพองค์รวมระดับเวิลด์คลาส
ภาครัฐหนุนความร่วมมือ PPP ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ไทยบนเวทีโลก
ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรม สบส. มุ่งมั่นวางโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาล และสร้างระบบนิเวศด้านสาธารณสุขไทยให้เอื้อต่อการเติบโตในระดับสากล โดยความร่วมมือรูปแบบ Public-Private Partnership (PPP) ระหว่างรัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะเป็นตัวเร่งความสำเร็จที่สำคัญ (Key Accelerator) ในการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุข พร้อมส่งเสริมแบรนด์ประเทศไทย (Nation Branding) ให้เป็นที่ยอมรับในฐานะศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสูงสุดบนเวทีโลก
ชูนวัตกรรม ‘การแพทย์แม่นยำ’ และการเข้าถึงการรักษาที่ยั่งยืน
ดร.แมทธิว โคตส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด ได้เปิดมุมมองในการลดช่องว่างด้านราคาเพื่อก้าวสู่การแพทย์แห่งอนาคต โดยระบุว่าประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน โรงพยาบาล เครื่องมือ และบุคลากรทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่การจะยกระดับสู่ศูนย์กลางสุขภาพระดับพรีเมียม จำเป็นต้องผสานโครงสร้างเหล่านี้เข้ากับนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูง เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาได้รวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โรช มุ่งเน้นไปที่ “การเข้าถึงการรักษา” โดยการนำ ‘การแพทย์แม่นยำ’ (Precision Medicine) ร่วมกับการตรวจยีนอย่างครอบคลุมเข้ามาใช้ เพื่อส่งมอบการรักษาที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยที่ถูกคนในเวลาที่เหมาะสม ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรไปกับยาที่ไม่ได้ผล และเปลี่ยนเป้าหมายจากการรักษาตามอาการในระยะรุนแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูง มาเป็นการรักษาให้หายขาดตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ ดร.แมทธิว ได้เสนอแนวทางการสร้างความร่วมมือเชิงรุก (Proactive Partnerships) เพื่อปรับเปลี่ยนโมเดล PPP ผ่าน 2 แนวทางหลัก:
- โมเดลเงินทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Funding Models): บริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านข้อตกลงในการเข้าสู่ตลาดแบบมีการบริหารจัดการ (Managed Entry Agreements – MEA) ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่ล้ำสมัย โดยที่ภาครัฐยังคงควบคุมงบประมาณสาธารณสุขได้
- การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนผ่านการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trials): โรชพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลยกระดับการวิจัยทางคลินิกในไทย โดยทุก ๆ 1 บาทที่ลงทุนในการวิจัยทางคลินิก จะสร้างมูลค่ากลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้ถึง 2.9 บาท ช่วยเพิ่มเม็ดเงินในระบบสุขภาพโดยรวม และนำไปสู่การสร้างระบบคัดกรองโรคระยะแรกเริ่มอย่างครบวงจรระดับชาติ (National Early Detection Ecosystem)
แพทย์เฉพาะทางหนุน ‘การแพทย์เชิงรุก’ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
นพ.วิกรม เจนเนติสิน อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยาและเคมีบำบัด ยืนยันถึงความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ไทยที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ป่วยต่างชาติอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการแพทย์ยุคใหม่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “การซ่อมสุขภาพ” มาเป็น “การสร้างสุขภาพ” การผลักดันแคมเปญการรักษาและการตรวจคัดกรองโรคเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล จะช่วยให้ประชาชนและผู้รับบริการต่างชาติเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว สอดรับกับแนวคิดการแพทย์แม่นยำและการตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
สมาคมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฯ กางแผนดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้าประเทศ
ดร.ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย นายกสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทย (TMWTA) เปิดเผยว่า มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะพุ่งทะยานจาก 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 สู่ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 (อัตราเติบโตเฉลี่ย CAGR 7.6%) ประเทศไทยจึงมีโอกาสสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวพรีเมียมที่มีพฤติกรรม “เดินทางน้อยลง พำนักนานขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น” (Travel Less • Stay Longer • Spend More) ซึ่งกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าปกติถึง 30-50% โดยสมาคมฯ ตั้งเป้าหมายรองรับผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ให้ได้ 2-3 ล้านคนต่อปี เพื่อดึงเม็ดเงินรายได้หลักแสนล้านบาทกลับเข้าสู่ประเทศ
เสวนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมสาธารณสุขอัจฉริยะ
ในช่วงค่ำ โรช ไทยแลนด์ ได้จัดงานเสวนาเชิงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ ‘วิสัยทัศน์การดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน: พลังนวัตกรรมเพื่อคนไทยและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ’ โดยมีผู้นำและผู้ทรงคุณวุฒิในระบบสาธารณสุขกว่า 60 ท่านเข้าร่วมงาน อาทิ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (Context) เพื่อร่วมแสดงวิสัยทัศน์เชิงนโยบายในการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ (Smart Healthcare)
พร้อมกันนี้ นางสาวคริสติน ลูฟ อัครราชทูตและรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ได้เข้าร่วมแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 55 ปี สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในการร่วมมือกันขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
–5 เรื่องน่ารู้ก่อนสตาร์ท ‘มาราธอน’ รับมืออาการบาดเจ็บยอดฮิตเพื่อการวิ่งที่ยั่งยืน







