ในยุคที่ทุกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็น AI Company การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่งานเอกสารหรือการทำเงินเดือนอีกต่อไป ทว่าความท้าทายใหญ่ขององค์กรในประเทศไทยกว่า 90% คือการยังมองพนักงานและฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นเพียง Cost Center หรือศูนย์รวมค่าใช้จ่ายหลังบ้าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อวิธีปฏิบัติต่อพนักงานที่มักมุ่งเน้นแต่การตัดลดงบประมาณ การปรับเปลี่ยนแนวคิดของผู้นำองค์กรให้มองว่าพนักงานคือสินทรัพย์ที่มีค่าสูงสุด (Greatest Asset) จึงเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันให้บุคลากรกลายเป็น Profit Center ที่สร้างผลกำไรและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างแท้จริง
เจาะช่องว่างตลาด ปลดล็อกระบบระดับสากลสู่ธุรกิจระดับกลางและ SME
ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลจดทะเบียนเกือบ 200,000 บริษัท แต่ระบบ HR ซอฟต์แวร์ระดับสากลกลับถูกจำกัดการใช้งานอยู่เพียงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ระดับ Enterprise ราว 1,000 บริษัทเท่านั้น เนื่องจากในอดีตมักติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ (Implementation Cost) ที่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงเกินเอื้อม ขณะที่ซอฟต์แวร์ท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังรองรับเพียงงานพื้นฐานด้าน Human Resource Management (HRM) เช่น การจัดการเวลา ขาด ลา มา สาย และการออกสลิปเงินเดือน แต่ยังขาดโซลูชันด้านการบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Talent Management) ที่มีมาตรฐานระดับสากล
อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวทางการปรับขนาดระบบให้ตรงกับปัญหาจริงของลูกค้า (Scope of Work) และแพ็กเกจโซลูชันที่เหมาะสม ทำให้องค์กรระดับกลางไปจนถึง SME สามารถเข้าถึงระบบ HR Tech และแพลตฟอร์มการเงินมาตรฐานระดับโลกได้ในต้นทุนค่าไลเซนส์ที่เข้าถึงง่ายต่อจำนวนพนักงาน ช่วยทลายกำแพงค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นใช้งาน
ผสาน AI และ Human Touch เพิ่ม Productivity ลดภาระงาน HR ได้ถึง 70%
การนำ HR Tech เข้ามาปรับใช้ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของฝ่ายบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่กระบวนการรับพนักงานใหม่ (Onboarding Process) อาจมีถึง 11 ขั้นตอน และต้องใช้เวลาจัดการนานกว่า 100 วันต่อพนักงาน 30–40 คน แต่เมื่อนำระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามาจัดการงานเอกสารและกระบวนการที่ไม่จำเป็น จะช่วยลดขั้นตอนลงเหลือเพียง 3–4 ขั้นตอน และใช้เวลาเพียง 20 กว่าวัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ของฝ่ายบุคคลได้มากถึง 70%
ระบบยังผสานการดูแลบุคลากรด้วยความเข้าใจความเป็นมนุษย์ (Human Touch) ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหาบุคลากร (Pre-hire) ที่มี AI Agent คอยตอบคำถามและนัดหมายสัมภาษณ์ได้ทันที ลดระยะเวลาการหาคนจากหลักเดือนเหลือเพียงหลักวัน ไปจนถึงการวางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path), การประเมินผลงาน (Performance Management) และการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) ซึ่งช่วยลดอัตราการลาออก (Turnover Rate) ได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรคือความสบายใจและมองเห็นอนาคตในการเติบโต
ความปลอดภัยข้อมูลระดับสูงสุด ป้องกันความเสี่ยงเชิงลึก
ในมิติด้านความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบบริหารงานบุคคลและข้อมูลเงินเดือน ระบบ HR Tech มาตรฐานระดับโลกมีการวางโครงสร้างความปลอดภัยพื้นฐานที่เข้มงวด รองรับมาตรฐานสากล เช่น ISO, PDPA และ GDPR โดยมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลรายบุคคลอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเห็นข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต และป้องกันความเสี่ยงจากการใช้เทคนิค Prompt Injection เพื่อเข้าถึงข้อมูลผลตอบแทนของผู้บริหาร จึงได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินชั้นนำระดับภูมิภาคและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก
HR Tech ไทยยังเป็น Green Field รับการเติบโตยุคดิจิทัล
ท่ามกลางการใช้จ่ายด้านดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยมีการเติบโตด้านการใช้จ่ายดิจิทัลสูงถึง 400,000 ล้านบาท โดยตลาด HR Tech ในไทยยังคงเป็นพื้นที่ Green Field ที่มีโอกาสเติบโตสูงมาก ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเป้าหมายแรกที่ต้องการการบริหารจัดการ Talent เป็นพิเศษ คือกลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial) และกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Tech) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการโยกย้ายงานและการแข่งขันดึงตัวบุคลากรสูง
เมื่อองค์กรปรับเปลี่ยนมุมมองและมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงาน พนักงานย่อมพร้อมที่จะส่งมอบคุณค่าและบริการที่ดีที่สุดกลับคืนสู่ลูกค้า ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเปลี่ยนการบริหารคนจากศูนย์รวมต้นทุนสู่การสร้างผลกำไรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
–AI-First กับการปฏิวัติ 5 เสาหลักธุรกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม





