“ศรีจันทร์” ประกาศความสำเร็จ สร้างรายได้เติบโตทะลุ 1,600 ล้านบาทในปี 2024 พร้อมก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ในตลาดสกินแคร์ เดินหน้าชูกลยุทธ์ “Purposeful Brand” ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ภาคภูมิใจในระดับสากล มั่นใจในศักยภาพ “T-Beauty” ที่กำลังมาแรง เตรียมขยายตลาดสู่ต่างประเทศเต็มกำลัง
รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปี 2021-2024 จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายรวมทะลุ 1,000 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2023 และเติบโตแบบก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา สะท้อนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ของสองแบรนด์หลักอย่าง ศรีจันทร์ และ ศศิ (sasi) ที่สูงถึง 51% และ 53% ต่อปีตามลำดับ
ถอดรหัสความสำเร็จ “ศรีจันทร์” ไม่ได้ดีแค่แป้ง
ความสำเร็จของศรีจันทร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นในตำนาน แต่ยังขยายความแข็งแกร่งไปในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์ที่เติบโตอย่างน่าทึ่งถึง 148% และกลุ่มครีมกันแดดที่เติบโต 73% ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการครองตำแหน่งยอดขายอันดับ 1 ในหลายผลิตภัณฑ์สำคัญ
- แป้งฝุ่นโปร่งแสง Bare to Perfect Translucent Powder: ครองอันดับ 1 ในกลุ่มแป้งฝุ่นของประเทศไทย (ข้อมูล NielsenIQ ม.ค. 66 – เม.ย. 68)
- มอยส์เจอไรเซอร์ SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream: ครองอันดับ 1 ในกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้าในประเทศไทย (ข้อมูล NielsenIQ ม.ค. 67 – เม.ย. 68) ทำให้ศรีจันทร์ผงาดขึ้นเป็นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ในตลาดนี้
ขณะเดียวกัน แบรนด์ “ศศิ” ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยจุดเด่นด้านความคุ้มค่าและทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่าย เช่น เครื่องสำอางแบบ Multifunction และผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิว ส่งผลให้แบรนด์มีการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 50% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
เบื้องหลังความสำเร็จกับ 4 กลยุทธ์ “Purposeful Brand”
ศรีจันทร์ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้เป้าหมายการเป็น “Purposeful Brand” หรือแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยในเวทีโลก ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- รักษาเอกลักษณ์ Modern Classic Thainess: นำเสนอความเป็นไทยที่ร่วมสมัยและน่าภาคภูมิใจ ผ่านชื่อแบรนด์และการระบุ “SRICHAND BANGKOK 1948” บนผลิตภัณฑ์ เพื่อย้ำถึงรากฐานความเป็นไทย
- คัดเลือกพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนยุคสมัย: เลือกใช้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นไอคอนของคนรุ่นใหม่และมีความเป็นไทยร่วมสมัย เช่น ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก, โบว์-เมลดา, แบมแบม-กันต์พิมุกต์, เก้า-สุภัสสรา และวง PROXIE
- พัฒนาคุณภาพสินค้าระดับสากล: ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) คัดเลือกส่วนผสมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำของโลก
- สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง: เน้นวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่น (Resilience) พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และให้ความสำคัญกับสวัสดิการที่ส่งเสริมความเท่าเทียม จนได้รับการยกย่องให้เป็นองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปี 2025
T-Beauty กระแสแรง! โอกาสทองของแบรนด์ไทยในตลาดโลก
รวิศ ย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อกระแส T-Beauty (Thai Beauty) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ เห็นได้จากเทรนด์การแต่งหน้าแบบไทย “สุวาอิ เมคุ” (สวยเมค) ในประเทศญี่ปุ่น และสัญญาณการเติบโตที่ดีในตลาดลาว ซึ่งศรีจันทร์เติบโตเฉลี่ยถึง 112.5% ต่อปี อีกทั้งผลิตภัณฑ์แป้งยังได้วางจำหน่ายในกว่า 2,000 ร้านค้าทั่วญี่ปุ่น และถูกนำไปต่อยอดเป็นกาชาปองโดยบริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง BANDAI
จากศักยภาพดังกล่าว ศรีจันทร์จึงตั้งเป้าหมายขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยเน้นที่ตลาดอาเซียนและเอเชีย ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศให้เป็น 10-15% ภายใน 3 ปี เพื่อนำพาแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพและความเป็น Modern Classic Thainess ไปสู่สายตาชาวโลก ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นแบรนด์ระดับสากลที่เป็นความภูมิใจของคนไทยอย่างแท้จริง







