TK ไตรมาส 1/2565 รายได้รวม 493.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6%

TK ไตรมาส 1/2565 รายได้รวม 493.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6%

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2565 กำไรสุทธิ 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% มีรายได้รวม 493.3 ล้านบาท ลดลง 8.4% มีลูกหนี้เช่าซื้อรวม 4,044.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 และมีลูกหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์รวม 3,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% คาดปี 2565 เศรษฐกิจในประเทศขยายตัว 3.3 – 4.1% จากหลายปัจจัยบวกที่ส่งผลดีกับการขยายตัวและการขยายธุรกิจ รวมทั้งคุณภาพลูกหนี้เช่าซื้อของ TK อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกที่มีความเสี่ยงและไม่สามารถประเมินผลกระทบทั้งหมด บริษัทฯ ยังคงนโยบายระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อควบคู่กับการขยายพอร์ตสินเชื่อในปี 2565 ตั้งเป้าเติบโต 40% จากธุรกิจเดิมทั้งในประเทศ ต่างประเทศ รวมทั้งจากธุรกิจใหม่ที่ได้รับใบอนุญาตเพิ่มเติม โดยมีเงินสดพร้อมใช้เพื่อการขยายธุรกิจ 2,495 ล้านบาท

คริปโตเอ็กซ์เพรส ผนึก บล. ฟินันเซีย พร้อมลงศึกสินทรัพย์ดิจิทัล จ่อคิวขอรับใบอนุญาตจาก กลต.
เปิดตัวโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ในฐานะแพลตฟอร์ม โมบายล์ เวิร์กสเตชัน

ปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติงบการเงินสำหรับรอบบัญชีสิ้นสุดไตรมาส 1/2565 โดยรายได้รวมเท่ากับ 493.3 ล้านบาท ลดลง 8.4% จาก 538.7 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% จาก 97.5 ล้านบาท นับเป็นกำไรสูงที่สุดในรอบ 35 ไตรมาส หรือ ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รายได้อื่น ๆ มีจำนวน 140.7 ล้านบาท ลดลง 7.3% จาก 151.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากบริหารจัดการติดตามลูกหนี้ให้ชำระค่างวดอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1 ปี 2565 นี้ และการเติบโตของพอร์ตในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกัมพูชาและ สปป.ลาว ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศในปี 2565 นี้มีอัตราการเติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถขยายตัวได้ 3.3 – 4.1% ซึ่งสะท้อนผลประกอบการของ TK ในไตรมาส 1/2565 ได้เป็นอย่างดีที่สามารถอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ TK มองเห็นปัจจัยบวกกับเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งออกที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการขยายตัว 5% จากปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าการส่งออก 2.4 ล้านล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโต 8.7% อีกทั้งการท่องเที่ยวในปีนี้คาดการณ์ว่าจะเริ่มฟื้นตัว และทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าในปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 5-15 ล้านคน ประกอบกับนักท่องเที่ยวไทย 160 ล้านคน ส่งผลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งการขยายตัวของเศรษฐกิจจะมีผลต่อการขยายธุรกิจและคุณภาพลูกหนี้เช่าซื้อของกลุ่มธุรกิจ TK ไปในทิศทางเดียวกัน

“อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมองเห็นสัญญาณดีต่าง ๆ ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เรายังคงต้องเตรียมพร้อมและติดตามปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่อาจปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของไวรัสโควิด-19 สงครามที่ยังยืดเยื้อและมีผลกระทบกับราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่าครองชีพในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนผ่านอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นถึงระดับ 5.73% ในเดือนมีนาคม 2565 นับเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 12 ปี โดย TK จะขยายพอร์ตด้วยนโนบายการให้สินเชื่ออย่างระมัดระวัง เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าเติบโตรวม 40% ในปีนี้” ปฐมา กล่าว

ทางด้าน ประพล พรประภา กรรมการและรองผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาวะตลาดรวมในประเทศ ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ไตรมาส 1/2565 จำนวน 449,739 คัน เพิ่มขึ้น 3.1% จาก 436,215 คัน จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หลังจากที่มียอดจำหน่ายลดลง 3 ปีต่อเนื่อง และเริ่มมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในปีก่อน ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ ไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 231,189 คัน เพิ่มขึ้น 19.1% จาก 194,137 คัน จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หลังจากที่มียอดจำหน่ายลดลง 3 ปีต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ ไตรมาส 1/2565 TK มีจำนวนลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่าซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 4/2564

ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 มีสำรองจำนวน 324.9 ล้านบาท คุณภาพลูกหนี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน ที่ 6.1% และมี Coverage Ratio ที่ 118.2% ซึ่งเปรียบเทียบกับ ณ สิ้นปี 2564 ที่มีสำรองลูกหนี้ จำนวน 371.6 ล้านบาท ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน ที่ 7.1% และมี Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จาก 6,979 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 และมีหนี้สินรวม 1,307.7 ล้านบาท ลดลง 1.1% จาก 1,322 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ทั้งนี้ D/E ณ ไตรมาส 1/2565 ต่ำสุด 0.23 เท่า

“สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของ TK ในระยะต่อไป TK มีความพร้อมในการขยายธุรกิจ โดยมีเงินสดสูงสุดถึง 2,495 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการขยายธุรกิจได้อย่างน้อยอีก 12 เดือนจากนี้ ซึ่งตามแผนในปี 2565 ตั้งเป้าที่จะเติบโต 40% จากธุรกิจเดิมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งจากธุรกิจใหม่ที่ได้รับใบอนุญาตเพิ่มเติม” นายประพลกล่าวทิ้งท้าย

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories