ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความประหลาดใจด้วยการลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า H-1B สำหรับแรงงานทักษะสูงเป็น 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.2 ล้านบาท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อหวังปกป้องตำแหน่งงานของชาวอเมริกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านโยบายนี้อาจเป็น “โอกาสทอง” สำหรับประเทศคู่แข่งในการดึงดูดบุคลากรชั้นนำจากสหรัฐฯ
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี
บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งพึ่งพาแรงงานต่างชาติจาก อินเดีย และ จีน เป็นหลักเพื่อเติมเต็มตำแหน่งงานทักษะสูงกำลังเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยบริษัท Amazon ซึ่งมีผู้ถือวีซ่า H-1B มากที่สุดถึง 14,000 คน ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด ตามมาด้วย Microsoft, Meta, Apple และ Google ที่แต่ละบริษัทมีผู้ถือวีซ่ามากกว่า 4,000 คน ในปีงบประมาณ 2025 อย่างไรก็ตาม Charles-Henry Monchau, Chief Investment Officer จาก Syz Group มองว่าผลกระทบทางการเงินต่อบริษัท Big Tech เหล่านี้ถือเป็นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าที่พนักงานแต่ละคนสร้างขึ้น
โอกาสทองของประเทศคู่แข่ง
ขณะที่สหรัฐฯ กำลังจำกัดการเข้าถึงแรงงานต่างชาติ ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกกลับมองเห็นโอกาสในการช่วงชิงบุคลากรคุณภาพสูงเหล่านี้ โดย Charles-Henry Monchau ระบุว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อตลาดแรงงานใน สหราชอาณาจักร ยุโรป ดูไบ และ จีน ที่พร้อมเปิดรับแรงงานทักษะสูง
สหราชอาณาจักร กำลังพิจารณานโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเพื่อดึงดูดบุคลากรให้เข้ามาทำงานในประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่สวนทางกับนโยบายของสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง Barney Hussey-Yeo ซีอีโอของ Cleo สตาร์ทอัพด้าน AI จากอังกฤษเผยว่า ตั้งแต่มีข่าวการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B เขาได้รับข้อความจากแรงงานทักษะสูงที่กำลังพิจารณาออกจากสหรัฐฯ กว่า 1,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ทำงานในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก
บริษัทสหรัฐฯ หวังพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ในทางกลับกัน บางบริษัทในสหรัฐฯ ก็พยายามใช้โอกาสนี้เพื่อดึงดูดบุคลากรเช่นกัน โดย Shahriar Tajbakhsh ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ Metaview บริษัทจากซานฟรานซิสโก ได้โพสต์ข้อความผ่าน LinkedIn ชักชวนให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวมาสมัครงานกับบริษัทของตน โดยมองว่าค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์เป็นเพียง “เศษเสี้ยวเล็กน้อย” เมื่อเทียบกับมูลค่าที่พนักงานแต่ละคนสร้างให้บริษัท
ที่มา cnbc
ภาพประกอบจาก wikipedia
–เจาะลึกสถานการณ์ CLMVT: เวียดนามดาวรุ่งพุ่งแรง, ไทยมีโอกาสเป็นฮับดิจิทัลและโลจิสติกส์






