อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ หลังสหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการกำแพงภาษีระลอกใหม่ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มี “เหล็ก” เป็นส่วนประกอบในอัตราสูงสุดถึง 50% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทยใน 5 กลุ่มสินค้าสำคัญ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 153.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.6 พันล้านบาท)
มาตรการภาษีเฉพาะสินค้า (Specific Tariffs) ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศของสหรัฐฯ โดยขยายขอบเขตครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง (Derivative Products) ที่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องอบผ้า และเครื่องล้างจาน ทำให้ราคาสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ จ่อพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เจาะลึก 5 สินค้าไทยที่โดนผลกระทบเต็มๆ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ระบุว่า มีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย 5 รายการที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เนื่องจากพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนที่น่ากังวล ได้แก่:
- เครื่องล้างจาน (HS 8422.11): เสี่ยงสูงสุด พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ถึง 56% ของการส่งออกทั้งหมด
- เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ (HS 8450.20): พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ 28%
- ตู้เย็น (HS 8418.10): พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ 13%
- ตู้แช่แข็ง (HS 8418.40)
- เครื่องอบผ้าขนาดใหญ่ (HS 8451.29)
แม้ภาพรวมมูลค่าที่ได้รับผลกระทบจะคิดเป็น 4.1% ของการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด แต่สำหรับผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มนี้ ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อสายการผลิตและคำสั่งซื้อในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ
EIC คาดส่งออกหดตัว 2 ปีซ้อน วิกฤตซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกชะลอ
ผลกระทบจากกำแพงภาษีครั้งนี้ ทำให้ SCB EIC คาดการณ์ว่า ภาพรวมการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยในปี 2025 จะหดตัว -1.9% และมีแนวโน้มหดตัวรุนแรงขึ้นอีกในปี 2026 ที่ -2.1% เนื่องจากต้นทุนผู้ผลิตพุ่งสูง และราคาสินค้าที่แพงขึ้นจะกดดันให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันลดการซื้อลง ส่งผลเป็นโดมิโนกลับมายังยอดคำสั่งซื้อจากประเทศไทย
ทางรอดผู้ประกอบการไทย: วิกฤตสู่โอกาสปรับโครงสร้าง
SCB EIC แนะแนวทางให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับสมรภูมิการค้าที่เปลี่ยนไป ดังนี้
- ปรับกลยุทธ์การตลาด: กระจายความเสี่ยง ด้วยการเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น อาเซียน, ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ
- บริหารจัดการต้นทุน: ทบทวนโครงสร้างต้นทุนชิ้นส่วนที่มีเหล็ก และหาทางบริหารจัดการเพื่อชดเชยภาษีที่เพิ่มขึ้น
- สร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม: พัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชันที่แตกต่าง นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ และหันมาทำ R&D เพื่อหาวัสดุทดแทนเหล็ก เช่น อะลูมิเนียมรีไซเคิล หรือคอมโพสิตไฟเบอร์
- ภาครัฐต้องสนับสนุน: สร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการลงทุนใน เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Appliances) และสนับสนุนงบประมาณด้าน R&D เพื่อยกระดับไทยสู่การเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของภูมิภาค
ความท้าทายครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยต้องก้าวกระโดด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนในเวทีการค้าโลกต่อไป
ถอดรหัสกลยุทธ์ LOXLEY ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ เผยเคล็ดลับ “ปรับตัวไว-ยอมแลก-ไม่ยึดติด” พลิกเกมธุรกิจให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน
SCB EIC มองส่งออกทูน่ากระป๋องไทยปีนี้ยังโตได้ 4% จับตาภาษีสหรัฐฯฉุดส่งออกครึ่งปีหลังชะลอตัว







