ในยุคที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จาก “Climate Change” หรือสภาวะโลกร้อน การปรับตัวของอุตสาหกรรมพลังงานจึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด”
ล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยนายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. ได้นำคณะสื่อมวลชนและผู้บริหารเดินทางไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จของนวัตกรรม Small Modular Reactor (SMR) และ พลังงานไฮโดรเจน ที่จะกลายเป็น “Game Changer” สำคัญในการพาประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ Net Zero Emissions ให้ได้เร็วกว่ากำหนดเดิม


SMR: นวัตกรรมนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ความปลอดภัยสูงที่โลกยอมรับ
เทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) คือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กที่มีกำลังผลิตไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ต่อโมดูล ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม โดยมีจุดเด่นที่ความปลอดภัยแบบ Passive Safety หรือ Walk-Away Safety ที่ระบบสามารถหยุดการทำงานได้เองโดยอัตโนมัติในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือการควบคุมจากมนุษย์
กฟผ. ได้เดินทางไปยัง ศูนย์วิจัยกลาง (Central Research Institute: CRI) ของบริษัท Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี i-SMR (Innovative Small Modular Reactor) ของเกาหลีใต้
ทำไม i-SMR ของเกาหลีใต้ถึงน่าสนใจ?
ระบบบูรณาการ (Integrated Pressurized Water Reactor): ออกแบบให้รวมอุปกรณ์หลักไว้ในถังปฏิกรณ์เดียว ลดความเสี่ยงจากการรั่วไหล
ความปลอดภัยอัจฉริยะ: ใช้ระบบระบายความร้อนตามธรรมชาติ ไม่พึ่งพาเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ลดความซับซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด
พื้นที่ใช้งานน้อย: ใช้พื้นที่เพียงประมาณ 100 ไร่ และมีรัศมีแผนฉุกเฉินไม่เกิน 1 กิโลเมตร ทำให้สามารถตั้งอยู่ใกล้แหล่งความต้องการใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น
ปัจจุบัน เกาหลีใต้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดินเครื่องอยู่ถึง 26 เครื่อง (อันดับ 5 ของโลก) และมีแผนจะพัฒนาเมือง Daegu ให้เป็น “Smart Net-Zero City” โดยใช้พลังงานจาก i-SMR ร่วมกับพลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นโมเดลต้นแบบที่ กฟผ. กำลังศึกษาเพื่อนำมาปรับใช้ภายใต้ร่างแผน PDP2024 ของไทย ที่กำหนดให้มีโรงไฟฟ้า SMR จำนวน 2 โรง (600 เมกะวัตต์) ภายในปี 2580


เจาะลึกห่วงโซ่อุปทาน: KEPCO Nuclear Fuel (KNF)
ความมั่นคงทางพลังงานไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวโรงไฟฟ้า แต่รวมถึงการจัดการเชื้อเพลิง กฟผ. ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของ KEPCO NF ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดียวในเกาหลีใต้ที่ผลิตเชื้อเพลิงป้อนโรงไฟฟ้าทั้ง 26 แห่งทั่วประเทศ โรงงานแห่งนี้ได้รับมาตรฐาน ISO 19443:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ระดับสากล การศึกษาดูงานครั้งนี้ช่วยให้ กฟผ. เห็นภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของการจัดการพลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย
Hydrogen Economy: พลังงานสะอาดที่ไม่ได้มีแค่ในนิยาย
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการศึกษาเทคโนโลยี พลังงานไฮโดรเจน ณ โรงงานของ Doosan Enerbility เกาหลีใต้คือหนึ่งในผู้นำโลกที่ประกาศใช้ Hydrogen Economy Roadmap อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฮโดรเจนเป็น 5% ของพลังงานรวมทั้งประเทศในปี 2040


ความสำเร็จของเกาหลีใต้ที่ไทยกำลังเดินตาม:
โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Power Plant): โครงการ Shinincheon Bitdream เป็นโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก (78.96 MW) ซึ่งใช้เทคโนโลยีของ Doosan
Clean Hydrogen Portfolio Standard (CHPS): เกาหลีใต้เริ่มใช้กลไกซื้อขายไฟฟ้าจากไฮโดรเจนสะอาดในปี 2024 เพื่อกระตุ้นตลาดและลดต้นทุนให้ผู้ผลิต
สำหรับประเทศไทย กฟผ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไฮโดรเจนมาผสมกับก๊าซธรรมชาติ (Hydrogen Blending) ในสัดส่วน 5% เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในโรงไฟฟ้าความร้อนร่วม 6 แห่ง ได้แก่:
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (NB)
โรงไฟฟ้าพระนครใต้ (SB)
โรงไฟฟ้าวังน้อย (WN)
โรงไฟฟ้าบางปะกง (BPK)
โรงไฟฟ้าน้ำพอง (NPO)
โรงไฟฟ้าจะนะ (CHN)
นอกจากนี้ กฟผ. ยังวิจัยการผลิต Green Hydrogen จากพลังงานหมุนเวียน (เช่น Hydro-Floating Solar) เพื่อกักเก็บเป็นพลังงานสำรองในรูปแบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) อีกด้วย


ภารกิจ “Triple S” สู่ Net Zero 2050
นายวฤต ย้ำว่า กฟผ. พร้อมผลักดันกลยุทธ์ Triple S เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน:
Sources Transformation: ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตไฟฟ้าจากการพึ่งพาฟอสซิล ไปสู่พลังงานหมุนเวียนและนวัตกรรมใหม่ เช่น SMR และไฮโดรเจน
Sink Co-creation: เพิ่มแหล่งดูดซับกักเก็บคาร์บอนอย่างมีส่วนร่วม
Support Measures Mechanism: สนับสนุนมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนและส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน
การศึกษาดูงาน ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรไทย การนำนวัตกรรม i-SMR และไฮโดรเจนเข้ามาปรับใช้ตามแผน PDP2024 จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วกว่ากำหนดเดิม พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่สะอาดและราคาเป็นธรรมให้กับประชาชนชาวไทยต่อไป
#EGAT #Biztalk #กฟผ #SMR #พลังงานสะอาด #NetZero #เกาหลีใต้ #ความมั่นคงทางพลังงาน #HydrogenEnergy







