กฟผ. พลิกโฉมพลังงานไทย ชูยุทธศาสตร์ ‘Triple Balance’ ดัน SMR-โซลาร์ลอยน้ำ มุ่ง Net Zero 2050

กฟผ. พลิกโฉมพลังงานไทย ชูยุทธศาสตร์ 'Triple Balance' ดัน SMR-โซลาร์ลอยน้ำ มุ่ง Net Zero 2050

กฟผ. ประกาศปรับตัวรับกติกาโลกใหม่ พลิกบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าสู่ “ผู้บริหารจัดการความมั่นคงระบบ” ชูยุทธศาสตร์ Triple Balance สร้างสมดุล มั่นคง-สะอาด-ราคาเป็นธรรม พร้อมกางแผนรุกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด มุ่งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน เร่งเครื่องพันธบัตรสีเขียวระดมทุนสร้างความยั่งยืน

นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยวิสัยทัศน์ในงานสัมมนา “ทิศทางโลก ทิศทางไทย : Global Dynamics and Thailand’s Future” โดยย้ำว่าปัจจุบันเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และ ESG ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “กติกาบังคับ” ของโลก ซึ่ง กฟผ. ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

Triple Balance: ยุทธศาสตร์ 3 สมดุลของพลังงานไทย

หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน กฟผ. ยุคใหม่คือการสร้างสมดุลใน 3 มิติ หรือ Triple Balance เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น ดังนี้:

  1. Security (ความมั่นคง): ระบบไฟฟ้าต้องเสถียร จ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม
  2. Green (ความสะอาด): ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามมาตรฐานสากล
  3. Affordable Price (ราคาเหมาะสม): ค่าไฟฟ้าต้องสมเหตุสมผล ไม่เป็นภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

การปรับสมดุลนี้ทำให้ กฟผ. ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก Power Generator มาเป็น “Grid Security Manager” ที่เน้นความยืดหยุ่นและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน

รุกพลังงานสะอาด SMR และโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ

กฟผ. เตรียมขยายการลงทุนในแหล่งพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงการ “โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด” (Hydro-floating Solar Hybrid) ซึ่งปัจจุบันโครงการที่เขื่อนสิรินธรเป็นต้นแบบความสำเร็จที่ใหญ่ที่สุด และมีแผนขยายไปยังเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนศรีนครินทร์เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactors) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่มีความมั่นคงสูง (Base Load) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายรองรับ เพื่อใช้เป็นแกนหลักในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ

จาก CSR สู่ CSV สร้างมูลค่าร่วมกับชุมชน

ในด้านสังคม กฟผ. ยกระดับจากการทำ CSR แบบเดิมสู่การสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value – CSV) โดยนำความเชี่ยวชาญขององค์กรไปแก้ไขปัญหาให้ชุมชน เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร และโมเดลโคก หนอง นา เพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

ความโปร่งใสและการเงินสีเขียว

กฟผ. นำหลัก GRC (Governance, Risk Management, Compliance) มาใช้บริหารจัดการ และประสบความสำเร็จในการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) และพันธบัตรสีเขียว (Green Bond) มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงการด้าน ESG โดย กฟผ. พร้อมทำหน้าที่เป็น “Ecosystem Connector” เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

ทรินาโซลาร์ ชี้ปี 2569 จุดเปลี่ยนพลังงานไทย เปิด 5 เทรนด์นวัตกรรมโซลาร์รับยุค “Green Data Center” บูม

Scroll to Top