เตือนภัย! 5 โรคฮิตหน้าฝน จู่โจมเด็กเล็ก เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

เตือนภัย! 5 โรคฮิตหน้าฝน จู่โจมเด็กเล็ก เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

โรงพยาบาลวิมุตเตือนผู้ปกครอง เฝ้าระวัง 5 โรคอันตรายที่มาพร้อมหน้าฝนในเด็กเล็ก ชี้อากาศชื้น เชื้อโรคร้ายเติบโตเร็ว ภูมิต้านทานเด็กยังต่ำ เสี่ยงป่วยง่าย แนะสังเกตอาการผิดปกติ อย่าซื้อยากินเอง เสี่ยงดื้อยาและผลข้างเคียง

เข้าสู่ฤดูฝนทีไร ข่าวคราวการเจ็บป่วยของเด็ก ๆ จากเชื้อโรคในโรงเรียนก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนกังวลใจ ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นแฉะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดี ประกอบกับภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงของเด็ก ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปิดเทอมที่เด็ก ๆ ต้องไปโรงเรียนและทำกิจกรรมร่วมกัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ที่น่ากังวลคือ โรคที่พบบ่อยในช่วงนี้ไม่ได้มีแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่ยังรวมถึงโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

พญ. สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 5 โรคระบาดที่พบบ่อยในเด็กช่วงหน้าฝน พร้อมแนวทางการรับมือเพื่อปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคร้าย

5 โรคอันตรายหน้าฝนที่พ่อแม่ต้องจับตา:

  1. โรคมือ เท้า ปาก: พบมากในเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรง อาการเด่นชัดคือ มีไข้สูง มีแผลในปาก และมีผื่นที่มือและเท้า หากติดเชื้อสายพันธุ์รุนแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจ
  2. โรคไข้หวัดใหญ่: รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา เด็กจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย อาจมีอาการไอ น้ำมูก อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวมและสมองอักเสบ
  3. โรคปอดบวม: เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง อาจพัฒนามาจากไข้หวัดธรรมดา เด็กจะมีอาการไอและมีเสมหะมาก หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย เสียงหายใจผิดปกติ บางรายอาจมีริมฝีปากเขียวคล้ำซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย
  4. โรคตาแดงจากไวรัส: ติดต่อง่าย เด็กจะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล และมีขี้ตามาก
  5. โรคไข้เลือดออก: มียุงลายเป็นพาหะ ในระยะแรกเด็กจะมีไข้สูง ปวดเมื่อย มีจุดเลือดออกสีแดงตามร่างกาย ระยะที่ต้องระวังคือช่วงไข้ลด เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและมีเลือดออก เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด

พญ. สุธิดา ย้ำเตือนผู้ปกครองว่า ไม่ควรซื้อยาให้ลูกกินเองโดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากโรคระบาดในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้ แถมยังอาจทำให้เกิดการดื้อยาและผลข้างเคียง สิ่งที่ควรทำเมื่อลูกป่วยคือการดูแลตามอาการ เช่น เช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการน่าเป็นห่วง ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง

เสริมเกราะป้องกันลูกน้อย สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง:

พญ. สุธิดา แนะนำว่า การสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคร้าย โดยเริ่มจากการให้เด็กรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน และที่สำคัญคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก และวัคซีนมือเท้าปาก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคได้

ข้อควรปฏิบัติเพื่อดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยในหน้าฝน:

  • ให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่
  • ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • พาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์
  • สอนให้เด็กรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ ใช้ช้อนกลาง
  • แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
  • สังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

โรงพยาบาลวิมุต พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพบุตรหลานของท่าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 24:00 น. โทร. 0-2079-0038 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ฟิตอย่างไรให้ปัง ไม่พังซ้ำ! แพทย์ รพ.วิมุต ชี้เคล็ดลับออกกำลังกายปลอดภัย เข้าใจร่างกาย ลดเสี่ยงเจ็บ

Scroll to Top