แพทย์ชี้! แค่หายใจได้ไม่ได้แปลว่าปอดแข็งแรง ส่องเทคโนโลยี LDCT คัดกรองมะเร็งปอดระยะแรก ก่อนสายเกินแก้

แพทย์ชี้! แค่หายใจได้ไม่ได้แปลว่าปอดแข็งแรง ส่องเทคโนโลยี LDCT คัดกรองมะเร็งปอดระยะแรก ก่อนสายเกินแก้

หลายคนอาจคิดว่าตราบใดที่ยังหายใจได้สะดวก ปอดของเราก็ยังคงแข็งแรงดี แต่ในความเป็นจริง อวัยวะสำคัญชิ้นนี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามรอบด้านทุกวินาที ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นพิษ PM 2.5, ควันบุหรี่, สารเคมีในอากาศ ไปจนถึงร่องรอยความเสียหายระยะยาวจากโรคระบาดอย่างโควิด-19 ที่น่ากังวลที่สุดคือ “มะเร็งปอด” ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าร่างกายปกติ ทั้งที่เนื้อร้ายกำลังเติบโตอยู่ภายใน

มะเร็งปอด: ภัยเงียบคร่าชีวิตคนไทย

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติยืนยันว่า มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในสามสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาการที่หลายคนมองข้าม เช่น ไอเรื้อรัง, เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอก อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกของโรคร้ายนี้ แม้จะตรวจสุขภาพปอดด้วยการเอกซเรย์ทั่วไปเป็นประจำทุกปี ก็อาจไม่เพียงพอที่จะตรวจพบมะเร็งในระยะแรกซึ่งมีขนาดเล็กมาก ทำให้เมื่อตรวจพบโรคก็มักจะเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว

LDCT เทคโนโลยีความหวังใหม่ในการคัดกรอง

เพื่อแก้ปัญหานี้ เทคโนโลยี Low-Dose CT Scan (LDCT) จึงกลายเป็นทางเลือกที่แม่นยำและปลอดภัยกว่าในการคัดกรองโรคปอด LDCT ใช้รังสีในปริมาณที่น้อยกว่า CT Scan ปกติ แต่สามารถตรวจพบก้อนเนื้อหรือความผิดปกติขนาดเล็กได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงที่ยังไม่มีอาการใดๆ

โดยเกณฑ์เบื้องต้นที่แนะนำให้เข้ารับการตรวจ LDCT ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 50–80 ปี
  • มีประวัติสูบบุหรี่สะสม 20 ซอง-ปีขึ้นไป (หรือยังสูบอยู่ หรือเลิกไม่เกิน 15 ปี)
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด หรือมีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ได้รับควันบุหรี่มือสอง, สัมผัสแร่ใยหิน หรือก๊าซเรดอน

ตรวจแล้วเจอจุด ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป

ผศ.นพ.วิรัช ตั้งสุจริตวิจิตร แพทย์ผู้ชำนาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิมุต อธิบายว่า LDCT มีความไวในการตรวจจับสูงมาก ซึ่งแม้จะเป็นข้อดี แต่ก็อาจนำมาซึ่งความวิตกกังวลได้เช่นกัน เนื่องจากบางครั้งอาจตรวจพบ “จุดเล็กๆ” ที่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่อาจเป็นเพียงร่องรอยการติดเชื้อในอดีตอย่างวัณโรค หรือหินปูน ซึ่งไม่เป็นอันตราย

“การทำ LDCT ไม่ใช่แค่เรื่องของการรู้ผลว่าเป็นหรือไม่เป็นมะเร็ง แต่คือการรู้เท่าทันและเข้าใจผลการตรวจอย่างถูกต้อง หากผู้ป่วยไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจเกิดความตื่นตระหนกและนำไปสู่การตรวจหรือรักษาที่ไม่จำเป็นได้” ผศ.นพ.วิรัช กล่าว

นอกจากนี้ ผศ.นพ.วิรัช ยังย้ำว่าโรคปอดไม่ได้มีเพียงแค่มะเร็ง แต่ยังรวมถึงโรคเรื้อรังที่ถูกมองข้าม เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และพังผืดในปอด ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพการหายใจในระยะยาว

ดูแลปอดเชิงรุก ก่อนที่จะสาย

โรงพยาบาลวิมุตจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลทั้งก่อนและหลังการตรวจ LDCT โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์จะวิเคราะห์ผลตรวจร่วมกับประวัติสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำและไม่สร้างความกังวลเกินจำเป็น

นอกจากการตรวจคัดกรองแล้ว การดูแลปอดในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่มลภาวะสูง สวมหน้ากากอนามัยเมื่อค่าฝุ่น PM 2.5 สูง รับประทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรัง หายใจเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

สำหรับผู้ที่สนใจคัดกรองความเสี่ยงหรือตรวจสุขภาพปอดด้วยเทคโนโลยี LDCT สามารถปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางได้ที่ ศูนย์สุขภาพปอด ชั้น 7 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. โทร. 02-079-0315 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ViMUT เพื่อนัดหมายเข้ารับบริการ

ซี.ซี.เอฟ. ผนึกกำลัง เอส.ซี. ยอห์นสัน ชูพลังเยาวชน ปลุกชุมชนตื่นรู้ โชว์นวัตกรรมสู้ภัยไข้เลือดออก

Scroll to Top